The Walk

ไต่ขอบฟ้าท้านรก
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง The Walk

เรื่องย่อและข้อมูลของ The Walk

ฟิลิปป์ เปอตีต์ ชายหนุ่มนักไต่ลวดชาวฝรั่งเศสกำลังจะเอาทั้งชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นลวดเส้นเดียวกลางอากาศใน ไต่ขอบฟ้าท้านรก The Walk ถ้าเขาพลาดแค่ก้าวเดียวทุกอย่างก็จบ และถ้าเขาถอยตอนนี้ความฝันทั้งชีวิตก็จะหายไปตลอดกาล ทำไมต้องกดดูคืนนี้ เพราะนี่คือ หนัง ปี 2015 ที่สร้างจากเรื่องจริงในปี 1974 วันที่ตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ยังเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกและยังไม่มีใครกล้าแตะต้องความสูงระดับนั้นด้วยร่างกายเปล่า ๆ หนังพาเราย้อนกลับไปในยุคที่ไม่มีโดรน ไม่มีกล้องโกโปร ไม่มีภาพมุมสูงให้เห็นจนชินตา ความสูงคือของจริง ความกลัวคือของจริง และความฝันของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็จริงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ฟิลิปป์ไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ เขาไม่มีเงิน ไม่มีเส้นสาย ไม่มีอุปกรณ์ไฮเทค เขามีแค่ลวดเส้นหนึ่ง รองเท้าบาง ๆ คู่หนึ่ง และหัวใจที่เต้นแรงทุกครั้งที่แหงนมองฟ้า ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเห็นภาพตึกแฝดในนิตยสาร เขาก็รู้ทันทีว่าช่องว่างระหว่างตึกสองตึกนั้นคือเวทีชีวิตของเขา คือที่ที่เขาต้องไปยืนให้ได้สักครั้งก่อนตาย ความบ้าของเขามีเสน่ห์แบบที่ทำให้เราโกรธก็ไม่ลง หัวเราะก็ไม่สุด ได้แต่เอาใจช่วยเงียบ ๆ ว่าไอ้หมอนี่จะรอดไหมวะ แล้วหนังก็ค่อย ๆ ลากเราจากปารีสเมืองแห่งศิลปะการแสดงข้างถนน ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาถึงนิวยอร์กเมืองคอนกรีตที่ไม่มีใครรู้จักเขาเลยสักคน บรรยากาศยุคเซเวนตี้ส์ถูกเก็บมาหมด ทั้งเสื้อผ้า เพลง กลิ่นอายของเมืองที่กำลังก่อสร้างตัวเองขึ้นไปหาท้องฟ้า คนดูบนมือถือช่วงดึกจะรู้สึกเหมือนโดนดูดเข้าไปอยู่ในแผนการลับ ๆ ของกลุ่มคนเพี้ยนกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันเพราะความเชื่อใจล้วน ๆ ไม่มีสัญญา ไม่มีค่าจ้าง มีแค่คำว่าเราจะทำมันด้วยกัน แล้วพอกล้องเงยขึ้นมองยอดตึกเท่านั้นแหละ มือที่ไถจออยู่จะหยุดเองอัตโนมัติ เพราะเรารู้ว่าอีกไม่นานจะมีคนเดินออกไปตรงนั้นจริง ๆ สำหรับใครที่อยากดูแบบโฟกัสภาพและความเวิ้งว้างให้เต็มตา เวอร์ชัน พากย์ไทย ก็ดูไหลลื่นไม่ต้องละสายตาจากภาพเลยแม้แต่วินาทีเดียว เดิมพันมันไม่ได้เริ่มบนฟ้า แต่มันเริ่มตั้งแต่บนพื้นดิน ตั้งแต่การแอบย่องเข้าไปสำรวจตึกแฝดที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ระบบรักษาความปลอดภัย คนงานก่อสร้าง ลิฟต์ขนของ ดาดฟ้าที่มีลมแรงจนยืนแทบไม่อยู่ ทุกอย่างคืออุปสรรคที่ต้องจำให้ขึ้นใจ ฟิลิปป์กับแอนนี่แฟนสาวนักดนตรีข้างถนน และเพื่อนร่วมทีมจำเป็นที่แต่ละคนก็มีชีวิตปกติของตัวเอง ต้องกลายมาเป็นนักวางแผนโจรกรรมระดับมืออาชีพโดยที่ไม่ได้ขโมยอะไรเลยนอกจากโอกาสไม่กี่นาทีบนท้องฟ้า พวกเขาต้องปลอมตัว ต้องขนลวดเหล็กหนักหลายร้อยกิโลขึ้นไปบนยอดตึกโดยไม่ให้ใครจับได้ ต้องคำนวณน้ำหนัก แรงตึง แรงลม ทิศทาง ทุกอย่างผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เพราะบนความสูงกว่าสี่ร้อยเมตรนั้นไม่มีตาข่าย ไม่มีสลิงเซฟ ไม่มีเทคสอง ความกดดันมันเลยทวีคูณทั้งจากข้างนอกและข้างใน ข้างนอกคือยาม คือเวลา คือสภาพอากาศที่เปลี่ยนได้ทุกชั่วโมง ข้างในคือความกลัว ความลังเล และคำถามที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเรากำลังทำเรื่องยิ่งใหญ่หรือแค่พากันไปตายหมู่กันแน่ ตัวฟิลิปป์เองก็ไม่ใช่คนเหล็ก เขามีครู มีอดีต มีบาดแผลจากการฝึก มีวันที่ล้ม มีวันที่ท้อ มีวันที่ทะเลาะกับคนที่รักที่สุดเพราะความหมกมุ่นของตัวเอง หนังค่อย ๆ ให้เราเห็นว่าเบื้องหลังภาพเท่ ๆ ของนักไต่ลวดกลางเวหาคือเด็กหนุ่มดื้อ ๆ คนหนึ่งที่ซ้อมจนเท้าแตก ซ้อมจนมือด้าน ซ้อมข้ามตึกเตี้ย ๆ ข้ามทะเลสาบ ข้ามโบสถ์ เพื่อเตรียมร่างกายและหัวใจให้พร้อมสำหรับช่องว่างที่กว้างที่สุดในชีวิต ยิ่งใกล้วันจริง จังหวะหนังยิ่งบีบแน่นขึ้น ทีมต้องแยกกันอยู่คนละตึก ต้องสื่อสารกันด้วยวิทยุ ต้องรอเวลาตีสามตีสี่ที่ตึกเงียบที่สุด ต้องลากสายเคเบิลข้ามช่องว่างด้วยธนูและเชือกเส้นเล็กก่อนจะดึงลวดจริงตามไป ความเงียบในคืนนั้นมันดังกว่าพลุทั้งเมือง เพราะทุกคนรู้ว่าพระอาทิตย์ขึ้นเมื่อไหร่ทุกอย่างต้องเสร็จ และเมื่อลวดถูกขึงตึงระหว่างสองขอบฟ้า ภาพที่เห็นคือเส้นตรงบาง ๆ ที่แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายอย่างแท้จริง แล้ววินาทีที่ทุกคนกลัวที่สุดก็มาถึง เช้าวันนั้นหมอกยังค้างอยู่บนยอดตึก ลมพัดเอื่อย ๆ เมืองทั้งเมืองยังหลับอยู่เบื้องล่าง รถราเล็กเท่ามด แม่น้ำฮัดสันเป็นแค่ริบบิ้นสีเงิน ฟิลิปป์ในชุดดำยืนอยู่ตรงขอบดาดฟ้า มองไปที่เส้นลวดที่ทอดยาวหายไปในแสงแดดยามเช้า ปลายทางอยู่อีกตึกหนึ่งห่างออกไปหลายสิบเมตร ตรงกลางไม่มีอะไรรองรับเลยนอกจากอากาศล้วน ๆ กล้องค่อย ๆ ถอยออกจนเราเห็นความเวิ้งว้างทั้งหมดพร้อมกัน แล้วหนังก็ปล่อยให้เวลาเดินช้าลง ลมหายใจของคนดูจะติดขัดโดยไม่รู้ตัว ฝ่ามือจะชื้น หัวใจจะเต้นตามจังหวะก้าวแรกที่แตะลงบนลวด ความสูงระดับนั้นไม่ได้ทำให้หวาดเสียวแบบหนังแอ็กชันไล่ล่า แต่มันทำให้จุกแบบนั่งไม่ติด ต้องกลั้นหายใจ ต้องเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว เพราะทุกก้าวคือการเจรจากับแรงโน้มถ่วง ทุกวินาทีคือการฟังเสียงลม เสียงลวด เสียงหัวใจตัวเอง ไม่มีดนตรีเร้าอะไรทั้งนั้น มีแค่ความเงียบที่ดังก้องที่สุดในโลก กับภาพเมฆที่ลอยอยู่ในระดับสายตา กับนกที่บินต่ำกว่าเท้าของมนุษย์คนหนึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ความรู้สึกโดดเดี่ยวบนนั้นมันทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อมองชายตัวเล็ก ๆ คนเดียวที่กล้าทำในสิ่งที่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะคิด ทีมงานที่อยู่ปลายลวดทั้งสองฝั่งทำได้แค่จ้องมองไม่กะพริบตา ขยับไม่ได้ ส่งเสียงไม่ได้ ได้แต่ภาวนาในใจว่าอย่าลมมา อย่าสั่น อย่ามองลงไป คำถามสุดท้ายที่หนังทิ้งไว้ไม่ได้ถามว่าเขาจะเดินถึงอีกฝั่งไหม แต่ถามว่าเราจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อความฝันที่ไม่มีใครเข้าใจเลยสักครั้งในชีวิตได้ไหม ถ้าคุณเคยมีฝันที่คนรอบข้างบอกว่าเพ้อเจ้อ ฝันที่ไม่ทำเงิน ไม่สร้างชื่อ ไม่รับประกันอะไรเลยนอกจากความสุขสั้น ๆ ที่จะอยู่ในความทรงจำไปตลอดกาล คุณจะกล้าก้าวเท้าออกไปบนเส้นลวดเส้นนั้นเหมือนฟิลิปป์หรือเปล่า

รับชม The Walk แบบเต็มเรื่อง