

กง ยู
김수안
정유미
마동석
ชเว อู-ชิก
안소희
김의성
예수정
เรื่องย่อและข้อมูลของ Train to Busan
ลองนึกภาพเช้าวุ่น ๆ ที่พ่อคนหนึ่งดันซื้อของขวัญวันเกิดให้ลูกสาวซ้ำกับปีที่แล้วเป๊ะ ๆ คุณว่าเด็กจะเซ็งขนาดไหน นั่นแหละจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด ซอกวู (Seok-woo) เลยต้องไถ่โทษด้วยการพาลูกขึ้น KTX เที่ยวเช้าจากโซลไปปูซานตามคำขอ บรรยากาศตอนแรกออกจะชิลด้วยซ้ำ ผู้คนลากกระเป๋า เสียงประกาศสถานีดังเป็นระยะ แอร์เย็นฉ่ำ แต่ถ้าคุณลองมองออกไปนอกหน้าต่างดี ๆ จะเห็นว่ามันมีอะไรแปลก ๆ ทั้งรถติดผิดปกติ ทั้งข่าวไฟไหม้ ทั้งเจ้าหน้าที่วิ่งวุ่น เหมือนทั้งเมืองกำลังป่วยโดยที่ไม่มีใครบนรถรู้ตัวเลย พระเอกของเราคือ กง ยู ในบทพ่อสายงานที่คุยกับลูกน้อยกว่าคุยกับลูกค้า ส่วน โซอาห์น (Soo-ahn) ลูกสาวตัวเล็กก็ไม่ได้ขออะไรมาก แค่อยากไปหาแม่ที่ปูซานก็พอ บนโบกี้เดียวกันยังมีคู่สามีภรรยาสายบู๊อย่าง ซังฮวา (Sang-hwa) ที่ได้ มา ดงซอก มาเล่น กับภรรยาท้องแก่ ซองกยอง (Sung-gyeong) ของ จอง ยูมี นั่งอยู่ด้วย แล้วก็มีแก๊งนักเรียนวัยใสอย่าง ยองกุก (Yeong-gook) ของ ชเว อู-ชิก กับ จินฮี (Jin-hee) ที่แอบโดดขึ้นรถมาด้วยกัน เราว่าเสน่ห์มันอยู่ตรงนี้แหละ ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองที่ต้องไปให้ถึงปูซาน ไม่มีใครอยากเป็นฮีโร่ ทุกคนแค่อยากพาคนข้าง ๆ ไปให้รอด แล้วความชิลก็พังในไม่กี่นาที เพราะมีผู้โดยสารแปลก ๆ คนหนึ่งวิ่งพรวดขึ้นรถมาตอนประตูกำลังจะปิด คุณเดาไม่ผิดหรอก เธอไม่ได้มาแบบปกติอีกต่อไป จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นทั้งขบวน คราวนี้รถไฟความเร็วสูงเลยกลายเป็นกรงเหล็กวิ่งได้ที่หนีไปไหนไม่ได้ ทางรอดเดียวคือต้องฝ่าจากตู้ท้ายไปตู้หน้า ทั้งซอมบี้ที่เร็วแบบติดสปีด ทั้งเชื้อที่แค่โดนกัดนิดเดียวก็จบ ไหนจะต้องลุ้นว่าสถานีหน้าที่จอดจะเจอคนหรือเจอฝูงผี แถมศัตรูที่น่ากลัวกว่าซอมบี้ดันเป็นคนกันเองอย่าง ยงซอก (Yong-suk) นักธุรกิจที่พร้อมจะเบียดทุกคนเพื่อให้ตัวเองรอด เราบอกเลยว่าลุ้นจนลืมหายใจ ถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงไม่ใช่แค่หนังซอมบี้ไล่กัดทั่วไป เราว่ามันคือหนังพ่อลูกที่เอาซอมบี้มาเป็นบททดสอบชัด ๆ ทั้งเรื่องคุณจะเห็นซอกวูค่อย ๆ เรียนรู้ว่าเงินกับงานมันซื้อเวลาไม่ได้ ไหนจะความกวนปนอบอุ่นของซังฮวาที่คุณต้องแอบเชียร์ หรือโมเมนต์เล็ก ๆ ของคุณยาย อินกิล (In-gil) ที่โคตรกินใจ หนังมันเร็ว แรง ไม่ยืดเยื้อ มีทั้งแอ็กชันให้มันสะใจสลับกับดราม่าให้จุกอกเป็นระยะ ใครสายทริลเลอร์ก็โดน ใครสายน้ำตาซึมก็ไม่รอดเหมือนกัน เอาเป็นว่าถ้าคุณยังไม่เคยขึ้นขบวนนี้สักครั้ง ต้องลองสักที แล้วจะเข้าใจว่าทำไมใคร ๆ ถึงจำทริปไปปูซานเที่ยวนี้ไม่ลืม

