Back to the 90s

2538 อัลเทอร์มาจีบ
2015 111 นาที ภาพยนตร์ ตลก หนังรักโรแมนติก Mono Pictures
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง Back to the 90s

เรื่องย่อและข้อมูลของ Back to the 90s

ก้อง เด็กยุคสมาร์ทโฟนที่ชีวิตฝากไว้กับหน้าจอกำลังจะไม่ได้เกิดมาเลยด้วยซ้ำถ้ายังดันทุรังจีบสาวคนนี้ต่อใน 2538 อัลเทอร์มาจีบ หนัง ปี 2015 เรื่องนี้คือระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่จับเอาเด็ก 5G โยนโครมเดียวกลับไปยุคอัลเทอร์เนทีฟครองเมือง คืนนี้ต้องกดดูเพราะมันไม่ใช่แค่หนังย้อนเวลา แต่มันคือสงครามจีบสาวที่เดิมพันด้วยชาติกำเนิดของตัวเอง ก้องคือวัยรุ่นยุคปัจจุบันที่มีสมาร์ทโฟนเป็นอวัยวะที่สามสิบสาม มีเฟซบุ๊กเป็นบ้าน มีไลน์เป็นภาษารัก ส่งสติกเกอร์คือบอกรัก กดไลก์คือจีบ ไม่ต้องรอ ไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องหยอดเหรียญอะไรทั้งนั้น เขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ต้องเล่ายืดยาวกว่าจะรักกันได้ ทำไมต้องจำว่าฟังเพลงอะไรที่ไหน ทำไมต้องจำว่าเจอกันครั้งแรกตู้โทรศัพท์ไหน มันช้า มันเชย มันไม่ทันใจ จนคืนหนึ่งที่แบตหมด เพจเจอร์เก่าเก็บของพ่อดันมีข้อความเด้งขึ้นมาให้โทรกลับ เขาประชดชีวิตเดินไปตู้โทรศัพท์สาธารณะ หยอดเหรียญ โทรกลับ แล้วโลกก็ดับวูบ ตื่นมาอีกทีคือปี 2538 เต็มตา ทั้งเมืองมีแต่เสียงกีตาร์แตก เสื้อตัวโคร่ง กางเกงยีนส์ขาด ผมยาวกระเซิง เทปคาสเซ็ท เพจเจอร์ และวงอย่างพราว อรอรีย์ สไมล์บัฟฟาโล่ดังกระหึ่มทุกหัวมุมถนน ใครอยากสัมผัสบรรยากาศยุค 90 แบบเต็มอิ่มในเวอร์ชัน พากย์ไทย ดูเพลินบนมือถือตอนดึก เรื่องนี้คือไทม์แมชชีนที่ทั้งภาพทั้งเสียงพาย้อนกลับไปแบบไม่ต้องตั้งค่า และความฮามันเริ่มตรงนี้เลย เด็กที่พิมพ์ไวกว่าโทร งงกับรหัสเพจเจอร์ งงกับตู้โทรศัพท์ งงกับการนัดเจอที่ไม่มีหมุดให้แชร์ งงกับการจีบที่ต้องมองตาไม่ใช่ส่องจอ แล้วดันไปตกหลุมรัก ส้ม สาวเปรี้ยวสายอัลเทอร์ตัวจริง เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ท่าทีขบถนิด ๆ ของเธอทำให้หัวใจเด็กดิจิทัลเต้นแรงกว่ายอดไลก์ไหน ๆ เขาอยากจีบ อยากทัก อยากลุยแบบสไตล์ยุคใหม่ กดปุ๊บติดปั๊บ แต่เดี๋ยวก่อน ส้มคนนี้ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เธอคือตัวแปรที่จะมาแทรกกลางระหว่าง ตั้ม หนุ่มอัลเทอร์เซอร์ ๆ กับ แหม่ม สาวอัลเทอร์สุดจี๊ด ซึ่งก็คือพ่อกับแม่ของเขาเองในวัยหนุ่มสาวนั่นแหละ จีบติดก็อาจอดเกิด จีบไม่ติดหัวใจก็พัง เอาไงดีล่ะพ่อหนุ่ม เดิมพันมันเลยพุ่งทะยานจากแค่เรื่องขำคนหลงยุคกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายของเส้นเวลา ก้องต้องใช้ชีวิตในร่างเด็กหลงยุคที่ไม่มีใครเชื่อว่ามาจากอนาคต ต้องหัดสะพายกระเป๋า หัดฟังเทป หัดกรอเพลงด้วยปากกา หัดส่งข้อความผ่านเพจเจอร์ที่มีแค่ตัวเลขกับรหัสลับต้องตีความ ต้องหัดหยอดเหรียญ ต้องหัดรอ รอเธอตอบ รอเธอมา รอเพลงจบหน้าเอเพื่อฟังเพลงที่เธอชอบหน้าเอเหมือนกัน ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ส้มไปอีกก้าว เส้นความรักของตั้มกับแหม่มก็สั่นสะเทือนไปอีกที เหมือนดึงด้ายผิดเส้นแล้วเสื้อทั้งตัวรัน พ่อหนุ่มตั้มในยุคนั้นยังไม่ใช่พ่อที่เขารู้จัก เขาเป็นแค่วัยรุ่นธรรมดาที่รักเสียงเพลง รักเพื่อน รักอุดมการณ์เล็ก ๆ ของตัวเอง ยังเก้ ๆ กัง ๆ กับการจีบแหม่ม ส่วนแหม่มก็ไม่ใช่แม่ที่ชอบบ่นหน้าจอ เธอคือสาวมั่นสุดเท่ที่มีโลกของตัวเอง มีรสนิยม มีกำแพง มีภาษาของยุคที่ต้องค่อย ๆ เรียนรู้กันผ่านม้วนเทปที่อัดให้กัน ผ่านการไปดูคอนเสิร์ตเล็ก ๆ ที่เบียดกันจนได้กลิ่นเหงื่อ ผ่านการนั่งเงียบ ๆ ฟังเพลงเดียวกันโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย ก้องที่เคยชินกับความรักแบบด่วนได้เลยต้องมาเจอความรักแบบค่อย ๆ ก่อตัว มันอึดอัด มันช้า มันขัดใจ แต่มันก็มีเสน่ห์จนถอนตัวไม่ขึ้น ยิ่งเขาพยายามใช้มุกยุคใหม่ไปจีบส้ม ทั้งมุกแคปชัน มุกโซเชียล มุกที่ต้องมีมือถือถึงจะเก็ท มันยิ่งแป้ก ยิ่งเปิ่น ยิ่งฮา คนทั้งโรงเรียนมองเขาเป็นตัวประหลาด ส่วนส้มก็มองเขาเป็นทั้งตัวตลกทั้งคนน่าสนใจในเวลาเดียวกัน เธอไม่เหมือนสาวในจอที่ปัดซ้ายปัดขวาได้ เธอมีเพื่อน มีสังคม มีวงที่ชอบ มีเพลงที่เกลียด มีอดีตที่เขาไม่รู้ และมีสายตาที่มองตั้มแบบที่ทำให้ก้องหนาวสันหลัง เพราะถ้าส้มเลือกเขา ตั้มกับแหม่มก็อาจไม่ได้เริ่ม แล้วเขาจะหายไปจากโลกนี้เลยไหม ถ้าเขายอมถอยให้พ่อแม่ได้รักกัน เขาต้องกลืนความรู้สึกแรกที่รุนแรงที่สุดในชีวิตลงคอตัวเองเลยเหรอ ความตลกกับความจี๊ดมันเลยตีกันนัว ทั้งมุกเพจเจอร์ มุกตู้โทรศัพท์ มุกเทปยืด มุกภาษาอัลเทอร์ที่เด็กยุคนี้ฟังไม่รู้เรื่อง สลับกับโมเมนต์ที่ต้องนั่งมองพ่อแม่ตัวเองจีบกันตรงหน้า ทั้งเขิน ทั้งจุก ทั้งอยากเชียร์ ทั้งอยากขวาง มันคือความรู้สึกที่หนังรักเรื่องอื่นให้ไม่ได้ ยิ่งอยู่นานก้องยิ่งเห็นว่าช่องว่างระหว่างเขากับพ่อแม่ไม่ใช่เพราะใครผิด แต่เพราะเขาไม่เคยไปยืนอยู่ในรองเท้าคู่เดียวกันมาก่อน เขาเคยคิดว่าเรื่องเล่าของพ่อแม่น่าเบื่อเพราะมันช้า แต่พอต้องมารอโทรศัพท์ตู้เดียวกับคนทั้งซอย ต้องมารอเพลงจากวิทยุเพื่ออัดลงเทป ต้องมานั่งรอใครสักคนใต้ต้นไม้โดยไม่มีแชตบอกว่าถึงไหนแล้ว เขาถึงเข้าใจว่าความช้านั้นแหละที่ทำให้ความรู้สึกมันเข้มข้น ทางเลือกน้อยแต่ความหมายเยอะ ไม่มีปุ่มบล็อก ไม่มีปุ่มอันฟอลโลว์ มีแต่ความกล้าที่จะเดินเข้าไปบอกชอบต่อหน้า มีแต่ความอดทนที่จะฟังเพลงที่เธอชอบจนชอบตาม มีแต่ความจริงใจที่ส่งผ่านลายมือบนปกเทปที่ตั้งใจเขียนให้ หนังเลยค่อย ๆ เปลี่ยนจากหนังตลกหลงยุคเป็นบทเรียนรักฉบับอนาล็อกที่ทั้งอบอุ่นทั้งแสบ ทั้งเสื้อผ้าหลวม ๆ รองเท้าผ้าใบเก่า ๆ กลิ่นควันเวทีคอนเสิร์ต แสงไฟสีส้มของร้านเทป ทุกอย่างไม่ใช่แค่พร็อพสวย ๆ แต่มันคือจิตวิญญาณของวัยรุ่นที่อยากเป็นตัวเอง อยากแตกต่าง อยากตะโกนผ่านกีตาร์ว่ากูไม่เหมือนใคร แล้วก้องดันเป็นเด็กที่เหมือนใครที่สุดในยุคนั้นเพราะเขาถือวิธีคิดของอนาคตติดตัวมาด้วย เขาจะเอาตัวรอดในโรงเรียนยุคที่ไม่มีกูเกิลให้ลอกได้ยังไง จะอธิบายเพลงที่ยังไม่เกิดได้ยังไง จะห้ามใจไม่ให้สปอยล์อนาคตได้ยังไง และที่สำคัญจะห้ามใจตัวเองไม่ให้รักส้มได้ยังไงในเมื่อทุกวินาทีที่ใช้ด้วยกันจริง ๆ มันชัดกว่าคุยกันทั้งเดือนผ่านหน้าจอ ความสัมพันธ์สามเส้านี้เลยทั้งน่ารักทั้งปวดหัว ทั้งลุ้นทั้งเสียวสันหลัง เพราะทุกแผนจีบของเขากลายเป็นระเบิดเวลาของครอบครัวตัวเอง แล้วสุดท้ายเด็กที่เคยคิดว่าความรักคือง่ายแค่ปลายนิ้วจะเลือกยังไงระหว่างหัวใจตัวเองกับโอกาสเกิดมาของตัวเอง ถ้าเขาจีบส้มติดแล้วพ่อกับแม่ไม่ได้รักกัน โลกที่เขารู้จักจะยังอยู่ไหม แล้วถ้าเขาต้องเป็นพ่อสื่อให้พ่อกับแม่ตัวเองรักกันทั้งที่ใจยังค้างอยู่กับอีกคน เขาจะทนมองคนที่ชอบเดินไปกับคนอื่นได้จริงเหรอ เพจเจอร์เครื่องนั้นจะพาเขากลับบ้านได้ไหม หรือต้องทำภารกิจหัวใจให้สำเร็จก่อนถึงจะกลับได้กันแน่

รับชม Back to the 90s แบบเต็มเรื่อง