The Aftermath

ดิ อาฟเตอร์แมธ
2019 108 นาที อีโรติก
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง The Aftermath

เรื่องย่อและข้อมูลของ The Aftermath

สงครามจบแล้วแต่ใจคนยังไม่จบ! ลองคิดดูว่าเพิ่งรอดจากสงครามโลกครั้งที่สองมาหมาด ๆ ผัวเมียที่เคยรักกันปานจะกลืนกินต้องห่างกันเป็นปีเพราะหน้าที่ แล้ววันหนึ่งต้องกลับมาเจอกันในเมืองที่พังเป็นซากปรักหักพัง เรื่องนี้มันไม่หวานเหมือนละครหลังข่าวแน่ ดิ อาฟเตอร์แมธ พาเราดิ่งไปฮัมบูร์กปี 1948 เมืองที่เพิ่งโดนถล่มจนแทบไม่เหลืออะไรดี นอกจากหิมะ ความหนาว และความแค้นที่ยังคุกรุ่นอยู่ในอากาศ ราเชล มอร์แกน ภรรยาสาวสวยของผู้พันอังกฤษนั่งรถไฟมาหาสามีด้วยใจที่ทั้งตื่นเต้นทั้งหวั่นไหว เธอเสียลูกชายไปในสงคราม หัวใจเป็นแผลใหญ่ที่ยังไม่หายดี ส่วนสามีอย่าง ลูอิส มอร์แกน ก็เป็นทหารผู้เคร่งขัดเป๊ะที่ทุ่มชีวิตให้งานฟื้นฟูเมืองจนแทบไม่มีเวลาโอบกอดเมียตัวเอง สองคนเจอกันอีกครั้งในบ้านหลังใหญ่ที่ทางการยึดมาให้เป็นที่พัก แต่มันดันไม่ใช่บ้านเปล่า เจ้าของบ้านตัวจริงยังอยู่! เขาคือ สเตฟาน ลูแบร์ต สถาปนิกชาวเยอรมันลุคสุภาพ อบอุ่น ตาเศร้า ที่สูญเสียภรรยาไปเหมือนกัน ลูอิสใจกว้างแบบทหารผู้ดีสั่งให้อยู่ร่วมบ้านกันไปเลย แบ่งกันอยู่คนละชั้น ฟังดูแฟร์ใช่ไหม แต่ใครจะรู้ว่าการตัดสินใจในห้านาทีนั้นจะจุดไฟเผาใจคนทั้งสามคนจนวอดวาย อยู่บ้านเดียวกัน เจอหน้ากันทุกเช้าเย็นแบบนี้ ใครจะไปห้ามใจไหว ราเชลตอนแรกทั้งเกลียดทั้งกลัวคนเยอรมัน เธอมองสเตฟานด้วยสายตาแบบคนแพ้สงครามที่ต้องมาอยู่บ้านศัตรู ทุกอย่างในบ้านหลังนี้มันมีกลิ่นของคนอื่นไปหมด ทั้งเปียโน ทั้งหนังสือ ทั้งรอยลิปสติกเก่าของภรรยาผู้ตาย แต่สเตฟานดันไม่เหมือนนาซีในหัวเธอเลย เขาเป็นผู้ชายที่พูดน้อย สุภาพ ให้เกียรติ แถมเล่นเปียโนเพราะจนใจสั่น เขาเข้าใจความเจ็บปวดของการเสียคนรักแบบที่ลูอิสไม่เคยเข้าใจ เพราะลูอิสเอาแต่ทำงาน ประชุม เช้าเย็นกลับดึก คุยกันก็มีแต่เรื่องงานราชการกับระเบียบวินัย เตียงเดียวกันแต่เหมือนนอนคนละโลก ส่วนสเตฟานอยู่ตรงนั้นเสมอ ตรงบันได ตรงห้องอาหาร ตรงสวนหิมะหลังบ้าน สายตาที่เขามองราเชลมันไม่ใช่สายตาของผู้ชนะหรือผู้แพ้ แต่มันคือสายตาของคนเหงาสองคนที่มองเห็นแผลในใจกันและกัน ความใกล้ชิดมันเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ กาแฟถ้วยเดียวที่ชงเผื่อกัน เพลงเดียวที่เล่นให้ฟัง การเดินผ่านกันในโถงทางเดินที่แคบเกินไปจนไหล่ชนกันเบา ๆ แล้วหัวใจก็เต้นแรงแบบห้ามไม่อยู่ ความสัมพันธ์ต้องห้ามแบบนี้มันหอมหวานและอันตรายในเวลาเดียวกัน ยิ่งห้ามยิ่งอยากเข้าใกล้ ยิ่งรู้ว่าผิดยิ่งถอนตัวไม่ขึ้น แต่เดี๋ยวก่อน นี่มันปี 1948 นะ ความรักไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน มันคือเรื่องของชาติ ของศักดิ์ศรี ของเลือดที่เพิ่งนองไป ลูอิสไม่ได้โง่ เขาเป็นผู้พันที่ฉลาดและมีหัวใจ เขารู้ว่าเมียเริ่มเปลี่ยนไป เริ่มแต่งตัวสวยขึ้น เริ่มยิ้มมากขึ้นแต่ไม่ได้ยิ้มให้เขา เขารักราเชลมากนะ รักแบบคนอังกฤษเก็บอาการ ไม่พูดหวาน ไม่กอดพร่ำเพรื่อ แต่ลงมือทำทุกอย่างเพื่อให้เธอปลอดภัย เขาพยายามกู้เมือง พยายามหยุดความรุนแรงระหว่างทหารอังกฤษกับชาวเยอรมันที่ยังเกลียดกันเข้าไส้ กลางวันเขาต้องไปเคลียร์คดีลอบโจมตี กลางคืนกลับบ้านมาเจอความเงียบที่เย็นยิ่งกว่าหิมะข้างนอก ความหึงหวงของลูกผู้ชายที่เคยผ่านสมรภูมิมาจริง ๆ มันน่ากลัวกว่ากระสุนอีก เพราะมันเงียบแต่กัดกินข้างในทุกคืน ขณะเดียวกันรอบตัวทั้งสามคนก็มีแต่เชื้อไฟ ทั้งเพื่อนทหารที่เหยียดคนเยอรมัน ทั้งชาวเมืองที่มองราเชลเป็นเมียศัตรู ทั้งอดีตที่ตามหลอกหลอนสเตฟานว่าเขาทำอะไรไว้ในช่วงสงครามกันแน่ ทุกคนมีบาดแผล ทุกคนมีความลับ และบ้านหลังเดียวหลังนี้กำลังจะกลายเป็นสนามรบของหัวใจที่ไม่มีใครชนะได้แบบไม่เจ็บตัว ความซื่อสัตย์ต่อคู่สมรสในยามที่โลกพังทลายแบบนี้ มันยากกว่าตอนสงบเยอะ เพราะศีลธรรมมันก็หนาวสั่นเหมือนคนไม่มีเสื้อกันหนาวนั่นแหละ บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หนังรักเลี่ยน ๆ แต่มันคือหนังดราม่าผู้ใหญ่ที่ทั้งแซ่บทั้งหน่วง ดูแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงนอกใจทั้งที่ยังรักกันอยู่ บางทีความเหงามันน่ากลัวกว่าความผิดเสียอีก เคมีระหว่างราเชลกับสเตฟานคือที่สุด มองตากันทีเหมือนอุณหภูมิในห้องพุ่งขึ้นสิบองศา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเกินเลยด้วยซ้ำ แค่บทสนทนา แค่การอยู่ใกล้กันก็ทำคนดูอย่างเรานั่งบิดตัวแล้ว ส่วนลูอิสนี่ก็พ่อพระจนน่าสงสาร อยากจะเข้าไปเขย่าคอเสื้อแล้วบอกว่า พี่! กลับบ้านมากอดเมียหน่อย! งานภาพคือสวยตะโกนแตก ฮัมบูร์กที่พัง ๆ กลับสวยแบบเศร้า ๆ หิมะตกทั้งเรื่องยิ่งขับให้ความสัมพันธ์ร้อน ๆ มันเด่นขึ้นไปอีก ใครชอบฟีลรักต้องห้าม รักในที่ผิด รักท่ามกลางสงครามแบบมีคลาส ไม่โป๊โจ่งแจ้งแต่ยั่วด้วยอารมณ์และสายตา เรื่องนี้คือคำตอบ ดูจบในหนึ่งคืนแล้วจะนอนไม่หลับ ต้องมานั่งถามตัวเองว่า ถ้าเป็นเราติดอยู่ในบ้านหลังนั้น เราจะเลือกความถูกต้องหรือเลือกหัวใจของตัวเองกันแน่

รับชม The Aftermath แบบเต็มเรื่อง