

เรื่องย่อและข้อมูลของ The Walking Dead Season 3
โลกพังแล้วแต่คนยังไม่ยอมตายง่ายๆ เปิดฉากมาแค่ประโยคเดียวคือเอาตัวรอดในฟาร์มไม่ได้อีกต่อไปต้องหาคุกเป็นบ้านใหม่ นี่แหละแก่นเดือดของ ซีรีส์ ล่าสยอง...กองทัพผีดิบ Season 3 ที่โหดกว่าเดิม กดดันกว่าเดิม และบีบหัวใจกว่าเดิมทุกนาที ริก กริมส์ อดีตนายอำเภอที่ตอนนี้กลายเป็นผู้นำจำเป็นของกลุ่มผู้รอดชีวิต ต้องลากทั้งทีมที่ทั้งเหนื่อยทั้งหิวทั้งระแวงไปเจอเรือนจำร้างกลางป่าที่ดูเหมือนป้อมปราการในฝัน กำแพงสูง ลวดหนามแน่น ประตูเหล็กหนา เหมาะสุดๆ สำหรับปกป้องลอรี เมียท้องแก่ใกล้คลอดที่เดินเหินก็ลำบาก วิ่งหนีผีดิบก็แทบไม่ไหว แถมความสัมพันธ์ในครอบครัวยังร้าวแบบซ่อมยาก ริกกับลอรีมองหน้ากันไม่ติด คาร์ลลูกชายก็โตไวจนใจหาย จากเด็กขี้กลัวกลายเป็นเด็กถือปืนที่ต้องโตก่อนวัยในโลกที่ไม่มีคำว่าเด็กอีกต่อไป แค่เปิดเรื่องก็เดิมพันชัดแล้วว่าจะยึดคุกนี้ให้ได้ไหม จะเคลียร์ฝูงผีดิบข้างในยังไง จะหาห้องปลอดภัยให้คนท้องคลอดลูกท่ามกลางเสียงคำรามนอกกำแพงได้ยังไง บอกเลยว่าแค่ย่อหน้าแรกก็หายใจไม่ทั่วท้องแล้ว ใครชอบความระทึกแบบนอนไม่หลับต้องโดนตกตั้งแต่ห้านาทีแรก เพราะภาคนี้ไม่ได้มีแค่ผีดิบไล่กัด แต่มันมีคำถามใหญ่กว่านั้นคือคนเป็นๆ ด้วยกันเองนี่แหละน่ากลัวกว่าผีเยอะ ภาพรวมของทั้งซีซันนี้คือการหนีตายสองขา ขาหนึ่งคือการยึดเรือนจำให้เป็นบ้าน อีกขาคือการเจอเมืองวูดเบอรี เมืองเล็กๆ ที่ดูเหมือนสวรรค์ มีกำแพง มีไฟ มีอาหาร มีผู้ว่าฯ สุดเนี๊ยบที่ยิ้มเก่งพูดเก่งดูแลทุกคนดีเว่อร์ แต่ยิ่งดูดียิ่งมีกลิ่นตุๆ ลอยมา กลุ่มของริกเลยต้องแยกกันเอาตัวรอดทั้งข้างในคุกที่เต็มไปด้วยทางเดินมืดๆ ห้องขังแคบๆ สนามหญ้าที่ไม่รู้ว่าผีดิบจะโผล่มาตอนไหน กับข้างนอกที่ต้องออกไปหาอาหาร หายา หาอุปกรณ์ทำคลอด ทุกครั้งที่เปิดประตูออกไปคือลุ้นเยี่ยวเหนียวว่าจะได้กลับมาครบไหม ความสัมพันธ์ของตัวละครคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้หยุดดูไม่ได้ ริกที่แบกทั้งกลุ่มไว้บนบ่าเริ่มหลอนเริ่มเบลอเริ่มได้ยินเสียงที่ไม่มีอยู่จริง เพราะความกดดันของการเป็นพ่อคน เป็นผู้นำคน เป็นผัวที่เมียกำลังจะตายแหล่ไม่ตายแหล่ มันหนักจนคนเหล็กยังร้าว แดริล มือธนูสุดเท่ขวัญใจมหาชนภาคนี้เฉิดฉายสุดๆ จากหมาป่าเดียวดายกลายเป็นพี่ใหญ่ที่ทุกคนไว้ใจ แต่ดันต้องมาเจอบททดสอบใหญ่เมื่อพี่ชายแท้ๆ อย่างเมิร์ลที่หายไปนานโผล่กลับมาแบบไม่เหมือนเดิม ความผูกพันแบบพี่น้องที่ทั้งรักทั้งเกลียดทั้งอยากกอดทั้งอยากต่อย ทำให้ทุกฉากที่สองคนนี้เจอกันคือมีดกรีดใจคนดู ส่วนฝั่งสาวแกร่งอย่างมิโชน สาวดาบซามูไรหน้านิ่งพูดน้อยต่อยหนัก เปิดตัวมาแบบโคตรเท่ ลากผีดิบไร้แขนเป็นกระเป๋าลากไปด้วย เธอดันไปจับคู่แบบจำเป็นกับแอนเดรีย สาวสตรองที่หนีตายมาด้วยกัน แอนเดรียอยากมีบ้านอยากมีความรักอยากหยุดวิ่ง ส่วนมิโชนสัญชาตญาณแรงกลิ่นคนชั่วออกตั้งแต่ร้อยเมตร สองคนนี้เถียงกันบ่อยแต่ก็ห่วงกันมาก ความต่างของความคิดนี่แหละที่ลากทั้งคู่เข้าไปพัวพันกับผู้ว่าฯ แห่งวูดเบอรีแบบถอนตัวไม่ขึ้น ด้านเกล็นกับแม็กกี้คู่รักวัยรุ่นที่หวานกันกลางดงผีดิบ ภาคนี้ต้องโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว จากคนวิ่งหาของกลายเป็นนักสู้ที่ต้องปกป้องกันและกันด้วยชีวิต ความรักของคู่นี้คือแสงอบอุ่นเดียวในคุกมืดๆ เฮอร์เชลคุณหมอสัตวแพทย์ขาขาดแต่ใจโคตรนิ่งกลายเป็นสติของกลุ่ม คอยห้ามคอยสอนคอยเย็บแผลทั้งกายทั้งใจ แครอลจากแม่บ้านผู้กลัวผัวกลายเป็นคนที่เริ่มหยิบมีดเป็น ส่วนคาร์ลก็วิ่งวุ่นระหว่างอยากให้พ่อภูมิใจกับอยากพิสูจน์ว่าตัวเองดูแลแม่ได้ ทุกความสัมพันธ์มันพันกันยุ่งเหมือนเชือกผูกคอตาย ยิ่งรักกันยิ่งเจ็บ ยิ่งไว้ใจยิ่งต้องระแวง เพราะในโลกนี้แค่ตัดสินใจผิดครั้งเดียวอาจเสียคนรักไปตลอดกาล บรรยากาศในคุกเลยอึดอัดแบบหายใจติดขัด ทางเดินยาวๆ เงียบๆ เสียงโซ่ เสียงฝีเท้า เสียงผีดิบครางเบาๆ หลังลูกกรง สลับกับเมืองวูดเบอรีที่สว่างจ้า มีปาร์ตี้ มีเสียงหัวเราะ แต่รอยยิ้มของผู้ว่าฯ คือยิ้มที่เย็นถึงกระดูก ความคอนทราสต์ของสองสถานที่นี้ทำให้คนดูลุ้นตลอดว่าจะไว้ใจที่ไหนได้จริง แล้วถ้าต้องเลือกระหว่างกำแพงคุกที่แข็งแต่ข้างในมีผี กับกำแพงเมืองที่สวยแต่ข้างในมีคนอันตรายกว่าผี จะเลือกอะไร สิ่งที่ทำให้ภาคนี้มันส์แบบวางไม่ลงคือมันไม่ได้ขายแค่ความตกใจตุ้งแช่ แต่มันขายความเป็นมนุษย์แบบดิบๆ ตอนกลางคืนในคุกที่ทุกคนต้องผลัดเวรเฝ้ายาม ต้องแบ่งข้าวกันกินทีละช้อน ต้องเถียงกันว่าจะรับคนแปลกหน้าเข้ากลุ่มไหม จะเสี่ยงออกไปช่วยเพื่อนไหม จะเก็บกระสุนไว้ยิงผีหรือยิงคน ทุกการตัดสินใจคือศีลธรรมล้วนๆ ไม่มีถูกผิด มีแค่รอดกับไม่รอด ฉากแอ็กชันก็จัดเต็มแบบสายบู๊กรี๊ดแตก บุกเคลียร์ห้องขังทีละห้อง วิ่งฝ่าฝูงผีดิบกลางสนาม ลุยป่าหายา เอารถพุ่งชนประตูเหล็ก ยิงกันสนั่นแบบไม่มีกั๊ก แถมยังมีความสยองแบบจิตวิทยา เสียงเงียบๆ ที่น่ากลัวกว่าเสียงปืน ความมืดในอุโมงค์ที่ต้องใช้ไฟฉายดวงเดียวส่องทาง ความกลัวว่าลอรีจะคลอดกลางดึกแล้วเด็กจะร้องลั่นเรียกผีดิบมาทั้งป่า แค่คิดก็ขนลุกแล้ว งานภาพโทนหม่นๆ ฝุ่นๆ เลือดแห้งๆ กำแพงปูนเย็นๆ ตัดกับแสงแดดจ้าในวูดเบอรีที่หลอกตาว่าปลอดภัย ดนตรีก็บิ้วเก่ง เงียบจนได้ยินเสียงหายใจตัวเอง แล้วจู่ๆ ก็กระแทกด้วยเสียงคำรามจนสะดุ้งตกเตียง คนดูสายดราม่าครอบครัวจะอินกับความเป็นพ่อของริกที่ต้องสอนลูกให้ยิงปืนทั้งที่ใจอยากให้ลูกได้เรียนหนังสือ ความเป็นแม่ของลอรีที่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นภาระแต่ก็อยากให้ลูกในท้องได้ลืมตาดูโลกสักครั้ง คนดูสายบู๊จะฟินกับแผนยึดคุก การตั้งกับดัก การซุ่มยิง การเอาตัวรอดแบบใช้สมองไม่ใช่แค่ใช้ปืน ส่วนสายไซไฟดิสโทเปียจะสนุกกับการตั้งคำถามว่าเมื่อกฎหมายตายไปแล้ว ใครควรเป็นคนออกกฎ คุกที่เคยขังอาชญากรกลายเป็นที่พักของคนดี ส่วนเมืองของคนดีดันปกครองแบบเผด็จการยิ้มหวาน มันย้อนแย้งแบบแสบๆ คันๆ ชวนคิดต่อยาวๆ หลังดูจบ ที่สำคัญคือภาคนี้ตัวละครหญิงพุ่งมาก ไม่ใช่แค่กรี๊ดรอให้ผู้ชายช่วย แต่หยิบปืน หยิบมีด หยิบดาบขึ้นสู้เอง เจ็บเอง ลุกเอง นักแสดงเล่นดีจนอินตาม ร้องไห้ตาม โกรธตาม ด่ากันหน้าจอแบบลืมตัว พูดเลยว่าถ้าคืนนี้ไม่รู้จะดูอะไร ขอให้กด ล่าสยอง...กองทัพผีดิบ ซับไทย ภาคนี้แหละแล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนทั้งโลกติดงอมแงม เพราะมันครบทุกอารมณ์ในเรื่องเดียว ทั้งลุ้น ทั้งกลัว ทั้งซึ้ง ทั้งโกรธ ทั้งขำแห้งๆ แบบขำทั้งน้ำตา ความยาวกำลังดี ดูต่อกันได้เรื่อยๆ แบบตอนต่อตอนไม่ต้องพักหายใจ จบตอนหนึ่งคือมือมันกดตอนต่อไปเองอัตโนมัติ ด้วยความที่เส้นเรื่องมันมีสองฝั่งคือทีมคุกกับทีมวูดเบอรี สลับไปมาสลับมาจนไม่มีช่วงน่าเบื่อ แป๊บๆ ลุ้นในคุก แป๊บๆ ลุ้นในเมือง แป๊บๆ ลุ้นความรัก แป๊บๆ ลุ้นหักหลัง ดูรวดเดียวข้ามคืนได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวหลับ เพราะเสียงผีดิบจะปลุกเอง แถมดูจบแล้วยังมีเรื่องให้เม้าท์กับเพื่อนต่ออีกยาวว่าจะอยู่ทีมไหน ทีมริกสายถึกอดทนเพื่อครอบครัว หรือทีมผู้ว่าฯ สายจัดระเบียบแต่ลึกลับน่ากลัว ใครชอบหนังผีดิบโหดๆ ได้เสพสมใจ ใครชอบดราม่าหนักๆ ได้ร้องไห้สมใจ ใครชอบแอ็กชันมันส์ๆ ได้กำหมัดสมใจ บอกเลยว่าภาคนี้คือจุดพีคที่ยกระดับจากหนังซอมบี้ธรรมดาให้กลายเป็นมหากาพย์เอาตัวรอดของมนุษย์ที่ต้องดูให้ได้สักครั้งในชีวิต เตรียมผ้าห่ม เตรียมขนม เตรียมใจให้พร้อม เพราะคืนนี้คุกแตก ผีดิบคลั่ง คนคลั่งกว่า แล้วคุณจะวางรีโมทไม่ลงจนเช้า










