

เรื่องย่อและข้อมูลของ Barry Season 2
อยากเลิกฆ่าคนแล้วไปเป็นดาราแทน คิดว่าง่ายเหรอ? นั่นแหละกับดักมรณะที่ แบร์รี่ ซีซัน 2 โยนใส่หน้าเราตั้งแต่วินาทีแรก ซีรีส์ แบร์รี่ เรื่องของไอ้หนุ่มนักฆ่าจากบ้านนอกที่หอบปืนมาทำงานสกปรกถึงแอลเอ แต่ดันหลงแสงไฟเวทีการแสดงเข้าอย่างจัง จากคนที่พูดน้อยต่อยหนัก กลายเป็นไอ้ต๊องหน้าใหม่ในคลาสแอ็กติ้งที่ต้องหัดร้องไห้ต่อหน้าคนแปลกหน้า ซีซันนี้เดิมพันมันใหญ่กว่าเดิมเยอะ เพราะเขาไม่ได้แค่แอบสองโลกไว้คนละมืออีกแล้ว แต่เขาดันเชื่อจริงๆ ว่าเขากลับตัวได้ เขาจะเป็นคนดีได้ แค่ทิ้งงานเก่าแล้วตั้งใจเรียนการแสดงก็พอ ฟังดูโคตรมีความหวังเลยใช่ปะ แต่โลกจริงมันไม่ใจดีขนาดนั้น ทุกครั้งที่เขาพยายามจะล้างมือ อดีตมันก็เอามือเปื้อนเลือดมาดึงคอเสื้อเขาไว้ แล้วกระซิบว่า มึงหนีไม่พ้นหรอก ความฮาคือมันมาในจังหวะโคตรหน้าตาย เขาพูดเรื่องความรู้สึกผิดเหมือนท่องบทละคร ส่วนเวลาซ้อมละครดันเล่นเหมือนกำลังจะไปฆ่าใครจริงๆ สลับกันมั่วไปหมดจนทั้งขำทั้งจุก ความตึงมันอยู่ตรงนี้แหละ เขาอยากมีชีวิตใหม่ใจจะขาด แต่ชีวิตเก่ามันยังจ่ายบิลให้เขาอยู่ แล้วเขาจะกล้าพอจะตัดขาดจริงๆ ไหมในเมืองที่ทุกคนสวมหน้ากากกันหมด แล้วสิ่งที่ทำให้ซีซันนี้ดูหยุดไม่ได้คือความสัมพันธ์รอบตัวที่พังๆ ปั่นๆ แต่โคตรจริง ทุกคนเหมือนกระจกสะท้อนด้านเน่าของแบร์รี่หมด เริ่มจากครูสอนการแสดงสายอีโก้จัดที่ปากบอกสอนศิลปะแต่จริงๆ หิวแสงยิ่งกว่าเด็กๆ อีก เขารักแบร์รี่แบบพ่อรักลูกที่เก่ง แต่ก็พร้อมจะเขี่ยทิ้งถ้าลูกทำให้ตัวเองดูแย่ ส่วนเพื่อนร่วมคลาสสาวนักแสดงสาวผู้ทะเยอทะยาน เธอเห็นแบร์รี่เป็นทั้งแรงบันดาลใจทั้งคู่แข่งทั้งแฟนที่เดาใจไม่ถูก เคมีมันประหลาดมาก หวานนิดๆ หลอนหน่อยๆ เพราะเธอไม่รู้เลยว่าความดิบที่เธอชื่นชมในตัวเขามันคือของจริงที่เปื้อนเลือดมา อีกฝั่งคือเอเย่นต์นักฆ่าปากแซ่บขี้บ่นที่เหมือนพ่อทูนหัวสายดาร์ก เขาอยากเกษียณ อยากมีเงิน แต่ก็รักแบร์รี่แบบเครื่องมือทำมาหากินที่ดันมีหัวใจขึ้นมา ความสัมพันธ์นี้คือระเบิดเวลา เพราะยิ่งแบร์รี่อยากเป็นอิสระ คนคนนี้ยิ่งต้องลากเขากลับไปจมโคลนเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ยังไม่นับแก๊งอาชญากรหลากสัญชาติในแอลเอที่จ้องกันเองเหมือนหมาหวงชาม ทุกคนอยากใช้แบร์รี่ ทุกคนอยากฆ่าแบร์รี่ แล้วแบร์รี่ก็ต้องยิ้มแห้งๆ ไปซ้อมบทต่อ มันเลยกลายเป็นซิทคอมในนรกชัดๆ ดูไปลุ้นไปว่าใครจะหักหลังใครก่อน แล้วคลาสแอ็กติ้งที่ควรจะเป็นเซฟโซนที่อบอุ่นที่สุด ดันกลายเป็นเวทีที่อันตรายที่สุด เพราะยิ่งเขาเปิดใจ ยิ่งต้องโกหกเยอะ ยิ่งโกหกเยอะ ยิ่งต้องฆ่าเพื่อปิดปาก มันวนลูปนรกแบบนี้ทั้งซีซันโดยไม่ต้องไล่เป็นตอนๆ เลย แค่ดูพัฒนาการว่าเขาจะเพี้ยนขึ้นเรื่อยๆ แค่ไหนก็ขนลุกแล้ว จากนักฆ่าหน้านิ่งอยากเป็นคนดี กลายเป็นนักแสดงหน้าใสที่เริ่มใช้ทักษะนักฆ่ามาเอาตัวรอดบนเวทีชีวิตจริง เส้นแบ่งมันเบลอจนแยกไม่ออกว่าตอนไหนเขาแสดง ตอนไหนเขาคือตัวจริงกันแน่ โทนของเรื่องคือที่สุดของความย้อนแย้ง ตลกหน้าตายแต่หม่นจนปวดตับ ภาพตัดสลับโคตรโหด แป๊บหนึ่งยังอยู่ในห้องซ้อมสว่างๆ มีเสียงหัวเราะ มีคนกอดกันร้องไห้ซึ้งๆ อีกสามวิต่อมาอยู่ในตรอกมืดๆ เสียงปืนดังแล้วต้องลากศพขึ้นรถ มุกตลกไม่ต้องยิงมุกเลย มันมาจากความไม่เข้าที่เข้าทางล้วนๆ ไอ้หนุ่มฆาตกรที่พยายามพูดเรื่องความฝัน ความรัก การเยียวยา ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เย็นๆ เหมือนรายงานสภาพอากาศ มันทั้งน่าเอ็นดูทั้งน่ากลัวในประโยคเดียว แล้วพอเรื่องแตะเรื่องความผิดบาป การเริ่มต้นใหม่ การอยากมีคนยอมรับ มันแทงใจดำคนดูดึกๆ แบบเราเต็มๆ ใครเคยรู้สึกว่าอยากทิ้งตัวตนเก่าๆ แล้วเริ่มใหม่แต่ทำไม่ได้สักที จะอินกับแบร์รี่จนเจ็บ นี่ไม่ใช่หนังฆ่ากันเอามันส์ ไม่ใช่ดราม่าเรียกน้ำตา ไม่ใช่ซิทคอมเบาสมอง แต่มันเอาทั้งสามอย่างมาปั่นรวมกันแล้วเสิร์ฟแบบดิบๆ ดูแล้วหัวเราะอยู่ดีๆ น้ำตาซึมเฉย แล้วอีกแป๊บต้องเอามือปิดปากเพราะลุ้นจนลืมหายใจ สไตล์นี้แหละที่ทำให้ติดหนึบ ดูบนมือถือตอนดึกคือฟินสุด เพราะแสงสลัวๆ เสียงเงียบๆ มันยิ่งขับความหลอนความเหงาของแอลเอยามค่ำคืนให้ชัดขึ้น แล้วพอเข้าฉากคลาสเรียนที่อบอุ่น มันเหมือนมีคนมาเปิดไฟให้แป๊บหนึ่งก่อนจะดับพรึ่บอีกรอบ บอกเลยซีซันนี้เกิดมาเพื่อดูรวดเดียวจบข้ามคืนแบบ ซับไทย ยาวๆ ไม่ต้องพัก เพราะมันวางปมแบบต่อกันเป็นโดมิโน่ ล้มตัวหนึ่งแล้วอยากรู้ตัวต่อไปทันที ความสัมพันธ์ทุกคู่มีของให้ลุ้นหมด ใครจะรู้ความจริงก่อน ใครจะระเบิดก่อน ใครจะช่วยแบร์รี่ ใครจะฝังแบร์รี่ แล้วแบร์รี่จะเลือกเวทีหรือเลือกปืน ทุกตอนจบมันค้างแบบต้องกดต่ออัตโนมัติ ถ้าคุณชอบของแรงที่ทั้งฮาทั้งโหดทั้งมีอะไรให้คิดตามตอนปิดจอ นี่คือของดีที่ไม่ควรไถผ่าน เปิดใจให้ไอ้หนุ่มนักฆ่าอยากเป็นดาราคนนี้แค่ตอนเดียว แล้วคืนนี้ของคุณจะไม่ได้นอนอีกต่อไป










