

Steve Jobs
เรื่องย่อและข้อมูลของ Steve Jobs
เบื้องหลังเวทีเปิดตัวสินค้าที่ผู้คนรอคอย ไม่ได้มีเพียงแสงไฟ เสียงปรบมือ และภาพของเทคโนโลยีแห่งอนาคต หากยังเต็มไปด้วยความกดดัน การโต้เถียง และความสัมพันธ์ที่กำลังแตกร้าว “Steve Jobs” พาผู้ชมเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาหลังฉากของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำคัญสามครั้งในชีวิตการทำงานของสตีฟ จ็อบส์ ชายผู้มองเห็นอนาคตของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลก่อนคนอื่น และเชื่อมั่นอย่างถึงที่สุดว่าสิ่งที่เขาสร้างจะต้องเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนใช้ชีวิต ไม่ใช่เพียงทำงานได้เร็วขึ้นหรือสะดวกขึ้นเท่านั้น แต่ต้องทำให้ผู้คนรู้สึกบางอย่างกับเทคโนโลยีที่อยู่ตรงหน้า เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1984 เมื่อเครื่องแมคอินทอชกำลังจะเปิดตัวต่อสาธารณชน ทว่าไม่กี่นาทีก่อนขึ้นเวที ปัญหาหลายอย่างกลับถาโถมเข้ามาพร้อมกัน เครื่องยังไม่สามารถทำงานได้สมบูรณ์แบบตามที่จ็อบส์ต้องการ คำพูดบนเวทีต้องได้รับการปรับเปลี่ยน และคนรอบตัวต่างพยายามเตือนเขาว่าความฝันกับข้อเท็จจริงอาจไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับจ็อบส์ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะทุกองค์ประกอบล้วนสะท้อนวิสัยทัศน์และตัวตนของเขา เขาจึงไม่ยอมประนีประนอมง่าย ๆ แม้จะต้องแลกกับความรู้สึกของผู้คนที่ทำงานเคียงข้างกันมานานหลายปี บรรยากาศหลังเวทีจึงไม่ได้แตกต่างจากสนามรบ เมื่อทุกคนมีเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการแก้ปัญหา ขณะที่ความคาดหวังของทั้งวงการกำลังจับจ้องมาที่ชายคนหนึ่ง คนที่ยืนอยู่ใกล้จ็อบส์ที่สุดคือโจแอนนา ฮอฟฟ์แมน ผู้บริหารฝ่ายการตลาดที่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วยหรือคนคอยสนับสนุนคำสั่ง แต่เป็นเหมือนคนที่กล้าพูดความจริงใส่หน้าเขาโดยไม่หวั่นเกรง เธอมองเห็นทั้งพลังและความอันตรายในบุคลิกของจ็อบส์ รู้ว่าเขาสามารถผลักดันคนให้ทำสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็สามารถทำร้ายคนรอบตัวด้วยคำพูดเย็นชาและท่าทีที่ไม่ยอมรับความผิดของตัวเองได้เช่นกัน ฮอฟฟ์แมนจึงต้องคอยประคองสถานการณ์ระหว่างความต้องการอันสุดโต่งของจ็อบส์กับความเป็นจริงที่ทุกคนกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของผลิตภัณฑ์ ความขัดแย้งกับผู้บริหาร หรือเรื่องส่วนตัวที่เขาพยายามผลักไสออกไปจากชีวิต ท่ามกลางการเตรียมงานแต่ละครั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างจ็อบส์กับผู้คนจากอดีตค่อย ๆ กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง สตีฟ วอซเนียก เพื่อนร่วมก่อตั้งแอปเปิล ผู้เป็นทั้งเพื่อนและผู้บุกเบิกด้านวิศวกรรม ไม่เข้าใจว่าทำไมจ็อบส์จึงให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการควบคุมทุกอย่างมากกว่าความรู้สึกของคนที่ร่วมสร้างบริษัทมาด้วยกัน การปะทะกันของทั้งสองไม่ได้เป็นเพียงการถกเถียงเรื่องคอมพิวเตอร์หรือกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นคำถามถึงความหมายของมิตรภาพ ความเป็นเจ้าของ และสิทธิของใครบางคนในการประกาศว่าตัวเองคือผู้สร้างสิ่งยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกัน จอห์น สคัลลีย์ อดีตผู้บริหารผู้เคยมีบทบาทสำคัญในชีวิตของจ็อบส์ ก็กลับเข้ามาอยู่ในบทสนทนาที่เต็มไปด้วยบาดแผลเก่า ความคาดหวัง และความรู้สึกผิดที่ไม่เคยได้รับการพูดออกมาตรง ๆ เมื่อเรื่องเดินทางมาถึงปี 1988 จ็อบส์ต้องนำเสนอเครื่องคอมพิวเตอร์ NeXT หลังจากเส้นทางกับแอปเปิลไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาวาดฝัน การกลับมาในครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยแรงกดดันอีกแบบ เขาไม่ได้อยู่ในฐานะชายหนุ่มผู้กำลังเปิดประตูสู่อนาคตอีกต่อไป แต่เป็นผู้สร้างที่ต้องพิสูจน์ว่าความเชื่อของตัวเองยังมีความหมาย แม้โลกธุรกิจจะเคยหันหลังให้ แม้คนที่เคยยืนข้างเขาจะกลายเป็นฝ่ายตรงข้าม และแม้ผลิตภัณฑ์ที่เขาภูมิใจอาจไม่ได้ตอบโจทย์ตลาดอย่างที่คาดหวัง บทสนทนาเบื้องหลังเวทีจึงเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทุกคำพูดเหมือนกำลังตัดสินว่าจ็อบส์เป็นอัจฉริยะที่มองการณ์ไกล หรือเป็นเพียงชายผู้ดื้อรั้นจนไม่ยอมรับความจริง สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้แตกต่างจากภาพยนตร์ชีวประวัติทั่วไป คือการไม่ได้เล่าเส้นทางชีวิตของจ็อบส์แบบเรียงลำดับตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เลือกจับช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด แล้วใช้บทสนทนาเป็นเครื่องมือเปิดเผยตัวตนของเขาทีละชั้น การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอาจเกิดขึ้นบนเวที แต่ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญกว่านั้นกำลังเกิดขึ้นในใจของตัวละคร เบื้องหลังชายผู้ทำเหมือนควบคุมทุกอย่างได้ มีความกลัวต่อความล้มเหลว ความต้องการการยอมรับ และบาดแผลจากความสัมพันธ์ที่เขาไม่เคยจัดการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะความผูกพันกับลิซา ลูกสาวที่ทำให้เขาต้องเผชิญคำถามซึ่งไม่มีผลิตภัณฑ์หรือความสำเร็จใดตอบแทนได้ ไมเคิล ฟัสเบ็นเดอร์ถ่ายทอดสตีฟ จ็อบส์ออกมาอย่างเฉียบคมและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน เขาไม่จำเป็นต้องขึ้นเสียงทุกครั้งเพื่อทำให้ห้องทั้งห้องหยุดนิ่ง เพียงสายตา น้ำเสียง หรือการเลือกคำที่แม่นยำก็เพียงพอจะทำให้เห็นชายผู้เชื่อว่าความสมบูรณ์แบบมีราคาที่ทุกคนต้องยอมจ่าย ส่วนเคต วินสเล็ตในบทโจแอนนา ฮอฟฟ์แมน เติมความแข็งแกร่งและความเป็นมนุษย์ให้กับเรื่อง เธอเป็นคนที่ไม่ปล่อยให้จ็อบส์หลบซ่อนอยู่หลังคำพูดสวยหรู ขณะที่เซธ โรเกน เจฟฟ์ แดเนียลส์ และไมเคิล สตูลบาร์ก ต่างช่วยทำให้โลกของจ็อบส์เต็มไปด้วยแรงเสียดทานจากผู้คนที่ไม่ได้มองเขาเป็นตำนาน แต่เป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ภาพยนตร์จึงไม่ได้ถามเพียงว่าใครเป็นผู้สร้างแมคอินทอช หรือใครเปลี่ยนโลกเทคโนโลยีให้ก้าวไปข้างหน้า แต่ชวนผู้ชมคิดต่อว่า ความยิ่งใหญ่มีความหมายแค่ไหน หากต้องแลกด้วยความสัมพันธ์ที่พังทลาย และคนที่สร้างอนาคตให้ผู้อื่นจะสามารถดูแลปัจจุบันของตัวเองได้หรือไม่ เรื่องราวเต็มไปด้วยบทสนทนาอันคมกริบ ความเงียบที่หนักอึ้ง และอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในพื้นที่แคบ ๆ หลังเวที จนทำให้การเปิดตัวสินค้ากลายเป็นเหมือนการเปิดเผยความจริงของมนุษย์คนหนึ่งไปพร้อมกัน สำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบหนังชีวิตเข้มข้น เรื่องราวของนักสร้างสรรค์ ผู้มีวิสัยทัศน์ หรือดราม่าที่ขับเคลื่อนด้วยการแสดงและบทพูด “Steve Jobs” คือภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การรับชม เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการสำรวจชายผู้พยายามสร้างสิ่งที่สมบูรณ์แบบ ขณะเดียวกันกลับต้องเรียนรู้ว่าชีวิตจริงไม่เคยถูกออกแบบให้ทำงานได้ตามคำสั่งของเขาเสมอไป.
รับชม Steve Jobs แบบเต็มเรื่อง
นักแสดง

มิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์

เคต วินสเล็ต

เซธ โรเกน

เจฟฟ์ แดเนียลส์

ไมเคิล สตูลบาร์ก

Katherine Waterston

Perla Haney-Jardine

Ripley Sobo

Makenzie Moss

Sarah Snook

John Ortiz


