

朝倉あき
地井武男
宮本信子
高良健吾
高畑淳子
田畑智子
立川志の輔
上川隆也
เรื่องย่อและข้อมูลของ The Tale of The Princess Kaguya
คุณเคยมีเพื่อนซี้ตอนเด็กที่สัญญากันว่าจะเล่นด้วยกันตลอดไปไหม? สำหรับคางุยะ (The Princess Kaguya) กับสุเตมารุ (Sutemaru) มันเริ่มจากตรงนั้นเลย เรากำลังพูดถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางป่าไผ่ในญี่ปุ่นโบราณนะ ที่ชีวิตเรียบง่ายสุด ๆ ตื่นมาก็มีเสียงนก มีกลิ่นดินหลังฝน มีลมพัดกอไผ่ดังซ่า ๆ เธอโผล่มาจากกระบอกไม้ไผ่แบบปุบปับ ตัวเล็กนิดเดียว แต่แป๊บเดียวก็วิ่งปร๋อได้แล้ว ส่วนเขาก็คือเด็กแสบประจำหมู่บ้านที่พาเธอโดดน้ำ ปีนเขา ซนไปทั่ว ความผูกพันของคู่นี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย แค่ได้อยู่ด้วยกัน ได้หัวเราะพร้อมกันก็พอแล้ว แต่คุณก็รู้ใช่ไหม ยิ่งอะไรบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ โลกข้างนอกก็ยิ่งพร้อมจะพรากมันไปเร็วเท่านั้น ต้องเล่าก่อนว่าเจ้าหนูจากกระบอกไม้ไผ่คนนี้ไม่ได้โตแบบเด็กปกติ เธอโตไวจนน่าตกใจจนพ่อแม่บุญธรรมยังตั้งตัวไม่ทัน คุณตาตัดไผ่ ซานูกิ โนะ มิยัตสึโกะ (Sanuki no Miyatsuko) กับคุณยายโอนะ (Ōna) เก็บเธอมาเลี้ยงด้วยความรักล้วน ๆ เลยนะ พ่อเห็นเธอเป็นแก้วตาดวงใจ อยากประเคนสิ่งที่ดีที่สุดในโลกให้ ส่วนแม่ขอแค่ให้ลูกกินอิ่ม นอนหลับ ยิ้มเยอะ ๆ ก็พอแล้ว เสียงพากย์ของ Aki Asakura ทำให้คางุยะดูทั้งเด๋อด๋าและน่าทะนุถนอมมาก ขณะที่ Kengo Kora ในบทสุเตมารุก็ซนสมจริงจนเรานึกถึงเพื่อนตัวเองเลย แล้ววันหนึ่งพ่อดันไปเจอทองกับผ้าแพง ๆ ในป่าไผ่ เขาตีความทันทีว่านี่คือพรจากฟ้า ลูกสาวต้องได้เป็นเจ้าหญิงจริง ๆ ไม่ใช่เด็กบ้านป่าอีกต่อไป ความหวังดีเพียว ๆ นี่แหละที่จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด แล้วชีวิตในป่าก็จบลงดื้อ ๆ พ่อหอบทั้งครอบครัวเข้าเมืองหลวง จับคางุยะเปลี่ยนลุคเป็นคุณหนูเต็มยศ มีพี่เลี้ยงอย่างท่านหญิงซากามิ (Lady Sagami) มาสอนเดิน สอนพูด สอนยิ้มแบบผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว จากเด็กที่เคยวิ่งเท้าเปล่าหัวเราะลั่นป่า กลายเป็นเจ้าหญิงที่ต้องนั่งนิ่ง ๆ ในห้องสวย ๆ รอให้คนมาชื่นชม คุณคิดดูว่ามันอึดอัดขนาดไหน แถมพอข่าวความสวยสะพัดออกไป เหล่าชายสูงศักดิ์ก็แห่กันมาหมายปองเต็มหน้าบ้าน ทั้งเจ้าชายอิชิสึคุริ (Prince Ishitsukuri) และขุนนางอีกเพียบที่มาพร้อมของหมั้นเว่อวังกับคำหวานเลี่ยน ๆ เดิมพันของเรื่องนี้ไม่ใช่สงครามหรือเวทมนตร์อะไรเลย แต่มันคือคำถามง่าย ๆ ที่ตอบยากมาก ว่าเธอจะยังเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองได้ไหม ในเมื่อทุกคนรอบตัวอ้างว่ารักเธอ แต่ไม่มีใครถามเลยว่าเธออยากมีชีวิตแบบไหน โทนของหนังมันเลยทั้งอบอุ่นทั้งเจ็บจี๊ดในเวลาเดียวกัน เราจะได้เห็นภาพป่าไผ่ ทุ่งหญ้า ดอกไม้ ที่วาดด้วยมือแบบพลิ้ว ๆ สไตล์ Studio Ghibli จนอยากหยุดหายใจมองนาน ๆ สลับกับความสวยเย็นชาในเมืองที่หรูแต่หายใจไม่ออก ธีมหลักมันใกล้ตัวเรามาก คือเส้นบาง ๆ ระหว่างการถูกชื่นชมกับการถูกเข้าใจจริง ๆ กับการเติบโตที่บางทีก็เร็วเกินกว่าหัวใจจะตามทัน ทำไมต้องดูน่ะเหรอ? เพราะนี่ไม่ใช่แอนิเมชันขายความน่ารักอย่างเดียว แต่มันชวนเราจุกว่าเวลาที่เราบอกว่ารักใครสักคน เรากำลังยื่นความสุขให้เขาหรือยื่นกรงทองให้กันแน่ ถ้าคืนนี้คุณอยากดูหนังช้า ๆ ซึ้ง ๆ ที่ดูจบแล้วต้องนั่งเหม่อคิดถึงวัยเด็กของตัวเอง เรื่องนี้แหละ ตอบโจทย์เลย

