

Pride & Prejudice
เรื่องย่อและข้อมูลของ Pride & Prejudice
ในชนบทอังกฤษช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ชีวิตของหญิงสาวจากครอบครัวเบนเน็ตหมุนวนอยู่ท่ามกลางงานเต้นรำ งานเลี้ยงน้ำชา ข่าวคราวจากเพื่อนบ้าน และความคาดหวังเรื่องการแต่งงานที่แทบไม่มีใครหลีกหนีได้ บ้านเบนเน็ตมีลูกสาวถึงห้าคน และสำหรับมารดาผู้กระตือรือร้นอย่างคุณนายเบนเน็ต การได้เห็นลูกสาวแต่งงานกับชายฐานะดีคือภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิต ขณะที่คุณเบนเน็ตผู้เป็นพ่อกลับรับมือกับความวุ่นวายในบ้านด้วยอารมณ์ขันและท่าทีสุขุม ท่ามกลางบรรยากาศชนบทที่งดงาม มีทุ่งหญ้า บ้านคฤหาสน์ และคฤหาสน์เก่าแก่ซึ่งเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ทางชนชั้น โลกใบนี้ดูสงบและเป็นระเบียบจากภายนอก แต่ภายใต้รอยยิ้มสุภาพและบทสนทนาอ่อนหวาน กลับซ่อนการแข่งขัน ความกังวลเรื่องอนาคต และความปรารถนาที่ไม่อาจพูดออกมาตรง ๆ เอลิซาเบ็ธ เบนเน็ต ลูกสาวคนรองของบ้าน คือหญิงสาวที่มีไหวพริบ เฉียบคม และไม่ยอมปล่อยให้ขนบธรรมเนียมหรือคำพูดของใครมาปิดกั้นความคิดของเธอ เธอมองโลกด้วยสายตาของตัวเอง ชอบสังเกตผู้คน และมีความสามารถในการตอบโต้ถ้อยคำเสียดสีได้อย่างเจ็บแสบแต่มีเสน่ห์ เอลิซาเบ็ธรักครอบครัวและเป็นห่วงอนาคตของพี่น้อง ทว่าก็ไม่ต้องการยอมแต่งงานเพียงเพราะแรงกดดันหรือเหตุผลด้านฐานะ ความคิดเช่นนี้ทำให้เธอดูแตกต่างจากหญิงสาวรอบตัว และในเวลาเดียวกันก็ทำให้เธอต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่า ชีวิตที่เลือกด้วยหัวใจจะมีที่ยืนอยู่ตรงไหนในสังคมที่ทุกอย่างถูกกำหนดด้วยนามสกุล เงินทอง และชื่อเสียง การเดินทางของเอลิซาเบ็ธเปลี่ยนไปเมื่อชายหนุ่มจากตระกูลมั่งคั่งเข้ามาในสังคมท้องถิ่น ชาร์ลส์ บิงลีย์เป็นคนอัธยาศัยดี เปิดเผย และสร้างความประทับใจให้กับผู้คนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเจน พี่สาวคนโตของเอลิซาเบ็ธ ผู้มีจิตใจอ่อนโยนและมองโลกในแง่ดี ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะนำความหวังมาสู่บ้านเบนเน็ต แต่ทุกอย่างไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เห็น เพราะบิงลีย์มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งมีบุคลิกตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง นั่นคือฟิตซ์วิลเลียม ดาร์ซี ชายหนุ่มผู้มั่งคั่ง สุขุม และวางตัวห่างเหิน ดาร์ซีไม่ใช่คนที่จะแสดงความรู้สึกออกมาให้ใครอ่านได้ง่าย ๆ สีหน้าเรียบนิ่งและถ้อยคำที่เลือกอย่างระมัดระวังทำให้เขาดูหยิ่งทะนง จนเอลิซาเบ็ธไม่อาจมองเขาในแง่ดีได้ตั้งแต่แรกพบ ระหว่างเอลิซาเบ็ธกับดาร์ซีจึงเกิดแรงปะทะที่ทั้งคมคายและน่าติดตาม ทุกครั้งที่ได้พบกัน ทั้งสองเหมือนจะถูกดึงดูดให้สนใจอีกฝ่าย ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาระยะห่างด้วยถ้อยคำประชดประชันและท่าทีแข็งกร้าว เอลิซาเบ็ธเชื่อว่าความเย่อหยิ่งของดาร์ซีสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของเขา ส่วนดาร์ซีเองก็ดูเหมือนจะไม่สามารถก้าวข้ามกำแพงจากชนชั้นและความคุ้นเคยของตนได้ เมื่อข่าวลือและความเข้าใจผิดเข้ามาปะปนกับความรู้สึก เรื่องราวยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เธอยังได้พบกับชายหนุ่มอีกคนที่มีเสน่ห์และรู้จักพูดจาให้ผู้คนเห็นใจ การพบกันครั้งนั้นทำให้มุมมองของเธอต่อดาร์ซียิ่งแน่นแฟ้นขึ้น แต่ยิ่งเวลาผ่านไป เหตุการณ์หลายอย่างกลับเริ่มเผยให้เห็นว่า ภาพที่เธอเชื่อมั่นอาจไม่ได้สมบูรณ์อย่างที่คิด เสน่ห์ของ Pride & Prejudice อยู่ที่การเล่าเรื่องรักผ่านสายตาของคนสองคนซึ่งต่างต้องต่อสู้กับทิฐิของตัวเอง ความรักในเรื่องไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดายและไม่ได้ทำให้ชีวิตของตัวละครราบรื่นขึ้นทันที ตรงกันข้าม มันบังคับให้เอลิซาเบ็ธต้องทบทวนความมั่นใจในการตัดสินผู้อื่น และทำให้ดาร์ซีต้องมองเห็นว่าความเงียบขรึมกับความหยิ่งผยองที่เขาแสดงออกนั้นกำลังผลักคนอื่นออกไปจากชีวิตมากเพียงใด หนังเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในสายตา การหยุดชะงักของบทสนทนา การพบกันเพียงชั่วครู่ และช่วงเวลาที่ตัวละครเหมือนจะพูดบางอย่างแต่กลับเลือกเก็บไว้ ความงดงามของภาพชนบท เครื่องแต่งกายย้อนยุค และดนตรีที่อ่อนโยนช่วยเติมบรรยากาศให้เรื่องราวมีทั้งความฝันและความจริงปะปนกัน ขณะเดียวกัน การแสดงของคีร์รา ไนท์ลีย์และแมทธิว แม็คฟาเดียนก็ทำให้ความสัมพันธ์คู่นี้เต็มไปด้วยพลัง ทั้งความดื้อรั้น ความเปราะบาง และความรู้สึกที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงโดยไม่จำเป็นต้องอธิบายออกมาตรง ๆ สำหรับผู้ชมที่ชอบหนังรักคลาสสิกซึ่งมีมากกว่าความหวาน ชอบเรื่องราวของการเติบโต การยอมรับความผิดพลาด และการมองใครสักคนให้พ้นจากภาพแรกที่เห็น Pride & Prejudice คือหนังที่ควรเปิดใจรับชม เพราะทุกถ้อยคำ ทุกความเงียบ และทุกระยะห่างระหว่างตัวละคร ล้วนพาไปสู่คำถามว่า เมื่อความรักต้องผ่านกำแพงของศักดิ์ศรีและอคติ หัวใจของเราจะกล้ายอมรับความจริงมากแค่ไหน
รับชม Pride & Prejudice แบบเต็มเรื่อง
นักแสดง

คีร์รา ไนท์ลีย์

แมทธิว แม็คฟาเดียน

Brenda Blethyn

โรซามันด์ ไพค์

แครี มัลลิแกน

Jena Malone

Talulah Riley

Donald Sutherland

Simon Woods

จูดี้ เดนช์

Tom Hollander


