

ดรูว์ แบร์รีมอร์
Justin Long
Justin Long
Charlie Day
Jason Sudeikis
Christina Applegate
Ron Livingston
นาตาลี โมราเลส
เรื่องย่อและข้อมูลของ Going the Distance
มันเริ่มจากแค่เกมทายคำโง่ ๆ ในบาร์นั่นเองคุณ คืนที่เบียร์เย็นไปหน่อย เพลงดังไปนิด แล้ว Erin Rankin Langford สาวฝึกงานหนังสือพิมพ์ที่กำลังนับถอยหลังวันสุดท้ายในนิวยอร์ก ดันไปสบตากับ Garrett Scully หนุ่มทำงานค่ายเพลงที่ชีวิตยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ พอกัน รับบทโดย ดรูว์ แบร์รีมอร์ กับ Justin Long นะคู่นี้ เคมีเขาเข้ากันแบบธรรมชาติมาก ไม่ได้ปิ๊งแบบเทพนิยายเลย ฟีลเหมือนเพื่อนชวนเพื่อนคุยแล้วคุยถูกคอ เธออยากใช้ซัมเมอร์ให้สุดก่อนกลับไปตั้งหลัก ส่วนเขาก็แค่อยากมีใครสักคนที่อยู่ด้วยแล้วไม่ต้องฝืน ตกลงกันดิบดีว่าแค่สนุก ๆ ไม่ผูกมัด แล้วไงล่ะ ดันเผลอใจไปจริง ๆ ซะงั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเลิกชอบกันนะ ปัญหาคือแผนที่ชีวิตมันคนละฝั่งประเทศเลย เธอต้องกลับไปซานฟรานซิสโกเพื่อเรียนต่อและหางานจริงจัง เขาต้องปักหลักอยู่ต่อที่นิวยอร์กกับงานที่ก็ยังไม่มั่นคงเท่าไหร่ จากที่เจอกันทุกวันกลายเป็นต้องรักกันผ่านหน้าจอ โทรหากันข้ามไทม์โซน บินไปบินมาให้กระเป๋าตังค์ร้องไห้ ไหนจะเพื่อนรอบตัวที่คอยยุ ไหนจะพี่สาวของเอรินอย่าง Corrine ที่มองบนใส่ความรักระยะไกลแบบสุด ๆ ว่าเพ้อเจ้อ คุณลองคิดดูสิ รักกันแทบตายแต่กอดกันไม่ได้ อยากงอนยังต้องรอสัญญาณดี ๆ เลย มันน่าหงุดหงิดจะตาย โลกของหนังมันโคตรเรียลเลยนะ ไม่ใช่นิวยอร์กสวย ๆ แบบโปสการ์ด แต่เป็นบาร์โทรม ๆ ที่ Garrett ชอบไปนั่งเมากับเพื่อนซี้อย่าง Dan Grant ของ Charlie Day กับ Box Saunders ของ Jason Sudeikis สองตัวป่วนที่มุกทะลึ่งแต่รักเพื่อนจริง คอยแซะคอยเชียร์จนเราขำลั่น ส่วนฝั่งซานฟรานซิสโกก็เป็นบ้านพี่สาวสุดเป๊ะ ชีวิตนักศึกษาที่ต้องตื่นมาทำเรซูเม่ทั้งที่ใจยังค้างอยู่ไกลสามพันไมล์ บรรยากาศหนังเลยสลับไปมา ระหว่างคืนดึกครึกครื้นกับเช้าว่างเปล่าที่ตื่นมาแล้วเจอแค่หมอนข้าง การคุยวิดีโอคอลทั้งที่ง่วงจะตาย การนับวันรอเจอกัน มันทั้งเหงาทั้งอบอุ่นในเวลาเดียวกันเลย จริง ๆ หนังไม่ได้ถามว่ารักกันไหม แต่ถามว่ารักอย่างเดียวมันพอไหมวะ เมื่อชีวิตจริงมีทั้งงาน เงิน ครอบครัว และตั๋วเครื่องบินแพง ๆ มาคั่นกลาง โทนมันเลยเป็นรอมคอมผสมดราม่าเบา ๆ มีมุกหยาบ ๆ ฮา ๆ แบบเพื่อนผู้ชายคุยกัน แต่พอถึงพาร์ตคิดถึงกันมันก็ซึ้งแบบไม่ต้องพยายาม คุณจะได้เห็นความรักที่ไม่เพอร์เฟกต์ งอนเก่ง หึงโง่ ๆ โทรผิดเวลา แต่ก็ยังอยากพยายามต่อ ถ้าคุณเคยแอบรักใครไกล ๆ หรือเคยต้องเลือกระหว่างงานกับหัวใจ เรื่องนี้จะจี้ใจคุณมาก แนะนำให้ดูกับแฟนหรือเพื่อนสนิทเลย แล้วคุณจะเข้าใจว่าคำว่า Going the Distance มันไม่ใช่แค่ไปให้ไกล แต่คือกล้าพยายามไปด้วยกันให้สุดทางนั่นเอง
