

เรื่องย่อและข้อมูลของ The Last Duel
อัศวินหนุ่มที่เคยรอดตายจากสงครามมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังจะเสียทั้งชื่อเสียง เมีย และชีวิตในดาบเดียว ส่วนคู่กรณีเพื่อนรักของเขาก็กำลังจะเสียทุกอย่างเหมือนกันถ้าพ่ายแพ้ในลานประลอง และเดิมพันทั้งหมดของ ดวลชีวิต ลิขิตชะตา หรือ The Last Duel ก็เริ่มจากคำกล่าวอ้างเดียวที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้นอกจากพระเจ้า ทำไมต้องกดดูคืนนี้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่หนังอัศวินฟันดาบเท่ ๆ แต่มันคือหนัง 2021 ที่หยิบคดีจริงในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสศตวรรษที่ 14 มาตีแผ่แบบดิบ เถื่อน กดดันจนหายใจไม่ทั่วท้อง เรื่องของ ฌอง เดอ การูจส์ อัศวินนักรบผู้ซื่อสัตย์แต่หัวแข็ง ผู้ใช้ชีวิตอยู่บนสนามรบมาตลอดและเชื่อว่าเกียรติยศคือทุกอย่าง กับ ฌาคส์ เลอ กรี อดีตเพื่อนร่วมรบผู้ฉลาด เจ้าเสน่ห์ และกลายเป็นคนโปรดของเคานต์ผู้มีอำนาจ ทั้งคู่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาก่อน ก่อนจะแตกหักกันด้วยเรื่องที่ดิน ผลประโยชน์ และความอิจฉาที่สะสมมานาน จนมาถึงจุดแตกหักที่สุดเมื่อ มาร์เกอริต ภรรยาสาวของฌองออกมาเปิดเผยว่าเธอถูกทำร้ายอย่างรุนแรงโดยฌาคส์ในขณะที่สามีไม่อยู่บ้าน ในยุคที่เสียงของผู้หญิงแทบไม่มีน้ำหนักในศาล ในยุคที่ความยุติธรรมไม่ได้ตัดสินด้วยหลักฐานแต่ตัดสินด้วยการดวลตัวต่อตัวจนตายไปข้างหนึ่ง คำพูดของเธอจึงจุดชนวนให้เกิดการไต่สวนครั้งใหญ่ที่ลากทั้งสามชีวิตไปสู่ลานประลองสุดท้ายต่อหน้าพระพักตร์กษัตริย์ ใครแพ้คือคนโกหก ใครชนะคือความจริง และถ้าฌองแพ้ เมียของเขาจะต้องรับโทษไปด้วยทั้งที่ไม่ได้จับดาบเลยสักเล่ม แค่พล็อตนี้ก็ตึงจนต้องดูให้จบในคืนเดียวแล้ว งานกำกับของริดลีย์ สก็อตต์ยิ่งทำให้ทุกฉากทั้งโคลน เลือด เกราะเหล็ก ปราสาทหิน และราชสำนักเต็มไปด้วยรายละเอียดสมจริงจนเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในยุคนั้นจริง ๆ สำหรับใครที่อยากดูแบบเข้าใจอารมณ์เต็ม ๆ แบบ พากย์ไทย ก็ยิ่งดูไหลลื่น ดูบนมือถือตอนดึกคือเพลินและเครียดในเวลาเดียวกัน เดิมพันมันไต่ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหนังไม่ได้เล่าแบบเส้นตรงธรรมดา แต่เล่าเรื่องเดียวกันผ่านมุมมองสามคนสามครั้ง เหมือนให้เรานั่งเป็นลูกขุนแล้วฟังคำให้การทีละปาก เริ่มจากมุมของฌองที่มองตัวเองเป็นอัศวินผู้ถูกหักหลัง ถูกเพื่อนแย่งเกียรติ แย่งที่ดิน แย่งความดีความชอบในสงคราม ทั้งที่เขาออกไปเสี่ยงตายเพื่อบ้านเมืองแท้ ๆ ในสายตาเขาการออกมาปกป้องเมียคือหน้าที่ของผัวและหน้าที่ของอัศวิน เขาจึงร้องขอการดวลเพื่อล้างมลทินและกู้ศักดิ์ศรีคืน แม้จะต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็ตาม ต่อด้วยมุมของฌาคส์ที่มองโลกคนละแบบไปเลย เขาเห็นตัวเองเป็นชายหนุ่มผู้มีอนาคตไกล เป็นนักบริหาร เป็นนักรบที่เก่งไม่แพ้ใคร และเป็นคนรักสนุกที่เชื่อว่าทุกคนต่างก็เล่นเกมอำนาจเหมือนกันหมด เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดและมองว่านี่คือแผนทำลายชื่อเสียงจากความแค้นส่วนตัวของฌอง เขาจึงรับคำท้าดวลด้วยความมั่นใจว่าเขาคือผู้บริสุทธิ์และพระเจ้าจะอยู่ข้างเขา สองมุมนี้ปะทะกันแรงทั้งเรื่องเกียรติ เรื่องผู้หญิง เรื่องชนชั้น และเรื่องว่าใครกันแน่ที่ได้รับความยุติธรรมจากเจ้านายเหนือหัว ขณะที่ราชสำนัก เคานต์ ทนาย นักบวช และชาวบ้านต่างก็จับจ้องคดีนี้เป็นมหรสพ ทุกการตัดสินใจในห้องพิจารณาจึงเต็มไปด้วยการเมือง ผลประโยชน์ และอคติทางเพศที่กดทับผู้หญิงอย่างชัดเจน ยิ่งดูยิ่งรู้สึกอึดอัดว่าในโลกแบบนี้ความจริงมันมีที่ยืนตรงไหนกันแน่ แล้วหนังก็พลิกน้ำหนักทั้งหมดไปที่มุมที่สาม มุมของมาร์เกอริต ซึ่งเป็นหัวใจจริง ๆ ของเรื่องทั้งหมด เธอเป็นหญิงสาวจากตระกูลดี มีการศึกษา ฉลาด และพยายามทำหน้าที่ภรรยาที่ดีในโลกที่ผู้หญิงถูกสอนให้เงียบ อดทน และอย่าทำให้ผัวกับครอบครัวเสียหน้า แต่หลังจากเหตุการณ์ในวันที่เธออยู่ตามลำพังในปราสาท เธอเลือกทำสิ่งที่ผู้หญิงแทบไม่มีใครกล้าทำในยุคนั้นคือพูดความจริงออกมา ทั้งที่รู้ว่าอาจไม่มีใครเชื่อ ทั้งที่รู้ว่าอาจถูกตราหน้า ทั้งที่รู้ว่าอาจทำให้ตัวเองและลูกในท้องต้องตกอยู่ในอันตราย หนังพาเราไปเห็นแรงกดดันรอบตัวเธออย่างละเอียด ทั้งแม่สามีที่เตือนให้เงียบเพื่อรักษาชื่อวงศ์ ทั้งศาลศาสนาที่ซักถามเธอด้วยคำถามที่เต็มไปด้วยอคติ ทั้งสังคมที่มองว่าผู้หญิงเป็นทรัพย์สินของสามีมากกว่ามนุษย์คนหนึ่ง ความกล้าหาญของเธอจึงไม่ใช่ความกล้าแบบจับดาบไปฟันใคร แต่คือความกล้าที่จะยืนยันในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองท่ามกลางสายตาดูแคลนของคนทั้งเมือง ขณะที่ฌองกับฌาคส์กำลังเตรียมตัวสำหรับการดวลครั้งสุดท้าย เธอต้องแบกรับความกลัวที่หนักที่สุด เพราะผลของการดวลไม่ได้ตัดสินแค่ชะตาของผู้ชายสองคน แต่ตัดสินว่าเธอพูดจริงหรือโกหก และตัดสินว่าเธอจะได้มีชีวิตต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรีหรือต้องถูกลงโทษทั้งที่เธอคือผู้เสียหาย ตรงนี้แหละที่ทำให้หนังชีวิต ประวัติศาสตร์เรื่องนี้ต่างจากหนังย้อนยุคทั่วไป เพราะมันไม่ได้ถามแค่ว่าใครดาบเก่งกว่า แต่ถามว่าอำนาจ ความเชื่อ และธรรมเนียมลูกผู้ชายมันบิดเบือนความจริงไปได้ไกลแค่ไหน เมื่อวันดวลมาถึง บรรยากาศทั้งเรื่องที่สะสมมาทั้งความแค้น ความรัก ความอิจฉา และความอยุติธรรมก็ระเบิดออกมาในลานกว้างกลางเมืองที่มีผู้คนนับพันล้อมดู มีกษัตริย์ประทับอยู่เป็นสักขีพยาน มีเกราะเหล็กหนัก ๆ ม้าศึก หอก ดาบสั้น และขวานศึกที่พร้อมจะตัดสินทุกอย่างในไม่กี่นาที หนังถ่ายทอดฉากต่อสู้แบบไม่โรแมนติกเลยสักนิด ไม่มีท่วงท่าสวยงามเหมือนในเทพนิยาย มีแต่แรงกระแทก เสียงเหล็กกระทบกัน โคลนกระเด็น เลือดไหล และลมหายใจหอบของคนที่รู้ว่าถ้าพลาดนิดเดียวคือตาย และที่น่ากลัวกว่าคมดาบคือสายตาของมาร์เกอริตที่นั่งดูอยู่ข้างสนาม เพราะเธอรู้ดีว่าชะตาของเธอผูกติดอยู่กับปลายดาบของสามีโดยที่เธอไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรเลย การแสดงของแมตต์ เดมอนในบทฌองที่ทั้งน่าเห็นใจและน่าหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน อดัม ไดรเวอร์ในบทฌาคส์ที่ทั้งมีเสน่ห์และน่ากลัว กับโจดี้ โคเมอร์ในบทมาร์เกอริตที่แบกอารมณ์ทั้งเรื่องไว้ด้วยสายตานิ่ง ๆ แต่เจ็บลึก คือสิ่งที่ทำให้คนดูอินจนลืมเวลา แล้วสุดท้ายความจริงคืออะไรกันแน่ ใครกันที่โกหก ใครกันที่หลอกตัวเอง และพระเจ้าจะเข้าข้างใครในการดวลครั้งสุดท้ายที่ถูกจารึกว่าเป็นครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ คำตอบทั้งหมดรออยู่ในลานประลองนั้นแล้ว กดดูให้จบแล้วจะเข้าใจว่าทำไมบางแผลจากหกร้อยปีก่อนยังสดเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้









