
เรื่องย่อและข้อมูลของ Horrible High Heels
รองเท้าส้นสูงคู่นี้สวยจนต้องมอง แต่ใครใส่แล้วชีวิตพังทุกคน! ว่ากันว่ามันไม่ได้ทำจากหนังสัตว์ แต่มันทำจากหนังคนตาย! เรื่องมันเริ่มจาก หงเสี่ยวอวี้ ดีไซเนอร์สาวสุดแซ่บในฮ่องกงยุค 90 ที่กำลังตกอับแบบสุด ๆ งานก็หด ผัวก็ทิ้ง เงินก็ไม่มีเหลือ เธอมีความฝันเดียวคืออยากสร้างแบรนด์รองเท้าของตัวเองให้ดังระเบิด แต่ฝีมือยังไม่ถึง เงินทุนก็ไม่มี คืนหนึ่งหลังเลิกงานดึก ๆ เธอเดินผ่านร้านเครื่องหนังเก่า ๆ ท้ายซอย ร้านที่ดูหลอนตั้งแต่หน้าร้าน กลิ่นหนังอบอวล ลุงเจ้าของร้านหน้าเหี้ยมยิ้มแปลก ๆ แล้วหยิบกล่องไม้เก่า ๆ ออกมาให้ดู ข้างในคือรองเท้าส้นสูงสีแดงเลือดนกคู่หนึ่ง หนังเนียนนุ่มจนไม่เหมือนหนังทั่วไป ลูบแล้วเย็นวาบเหมือนมีชีวิต ลุงบอกว่านี่คือของสะสมส่วนตัว ไม่ขายให้ใครง่าย ๆ แต่เห็นว่าเธอมีดวงถูกโฉลกเลยยอมปล่อยให้ในราคาถูกเหลือเชื่อ ข้อแม้เดียวคือห้ามถอดทิ้งกลางทาง ห้ามให้คนอื่นเอาไปใส่แทน หงเสี่ยวอวี้หัวเราะในใจ ของดีราคาถูกใครจะไม่เอา เธอคว้ามันกลับห้องทันทีโดยไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายสุดสยิวที่ทั้งหอมหวานและโคตรอันตราย คืนแรกที่เธอลองสวมมันส่องกระจก เธอแทบจำตัวเองไม่ได้ จากสาวโทรม ๆ กลายเป็นสาวสะพรั่งที่สะโพกส่ายเองโดยไม่ต้องพยายาม แววตาดูมีเสน่ห์ยั่วยวนจนตัวเองยังขนลุก เธอถ่ายรูปลงพอร์ตแล้วโพสต์หางาน ปรากฏว่าเช้าวันต่อมาโทรศัพท์แทบแตก โมเดลลิ่ง เอเจนซี่ ช่างภาพแฟชั่น ทุกคนอยากได้ตัวเธอไปเป็นนางแบบเอง ไม่ใช่แค่คนออกแบบอีกต่อไป ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในคืนเดียว ใครเห็นรองเท้าคู่นี้ก็ต้องทักว่าสวยเด่นจนละสายตาไม่ได้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าทุกครั้งที่เธอสวมมัน เธอจะได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ ข้างหูเหมือนผู้หญิงอีกคนกำลังหายใจรดต้นคอ และทุกครั้งที่ถอดออก เธอจะฝันเห็นผู้หญิงผมยาวในชุดแดงยืนจ้องเธอปลายเตียงพร้อมรอยยิ้มที่ทั้งสวยและเศร้าในเวลาเดียวกัน ความปังแบบติดจรวดทำให้เธอได้เจอกับ อาเจี๋ย ช่างภาพหนุ่มเพลย์บอยตัวท็อปของวงการ หล่อ รวย ถ่ายใครก็ดังทุกคน เขาเห็นแววตาของเธอแล้วถึงกับบอกว่านี่แหละมิวส์คนใหม่ที่เขาตามหามานาน ทั้งคู่เริ่มงานกันแบบใกล้ชิดเกินเบอร์ จากถ่ายแบบในสตูดิโอก็ลามไปถ่ายนอกสถานที่ จากคุยเรื่องงานก็เลยไปคุยเรื่องรสนิยมลึก ๆ ตอนดึก เคมีมันพุ่งจนทีมงานยังแซวว่านี่ถ่ายแฟชั่นหรือถ่ายพรีเวดดิ้ง อาเจี๋ยหลงเสน่ห์ความมั่นใจของเธอตอนใส่ส้นสูงคู่นั้นมาก เขาบอกว่าเวลาเธอมองกล้องมันเหมือนเธอไม่ได้อ้อนวอน แต่มันเหมือนเธอกำลังท้าทายให้เข้ามาหา ส่วนหงเสี่ยวอวี้เองก็หวั่นไหว เพราะนี่คือผู้ชายคนแรกที่มองเห็นคุณค่าเธอทั้งในฐานะศิลปินและในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยทั้งร้อนแรง ทั้งอ่อนโยน ทั้งมีความลับคั่นกลาง เพราะเธอเริ่มสังเกตว่าทุกครั้งที่เธอใกล้ชิดกับอาเจี๋ย รองเท้าคู่นั้นจะเหมือนร้อนขึ้น บีบแน่นขึ้น และเสียงกระซิบในหัวจะดังขึ้นเหมือนคนหึงหวง เธอพยายามถอดมันเก็บเข้ากล่อง แต่พอมีงานสำคัญ เธอก็อดไม่ได้ต้องหยิบมาใส่ เพราะถ้าไม่ใส่ เธอจะรู้สึกไม่มั่นใจเหมือนขาดเกราะสำคัญไป ด้านอาเจี๋ยก็เริ่มสงสัยว่าทำไมแฟนสาวของเขาต้องใส่รองเท้าคู่เดิมซ้ำ ๆ ไม่ยอมเปลี่ยน ทั้งที่วงการแฟชั่นต้องเปลี่ยนลุคตลอด แถมเพื่อนในวงการยังมาเตือนเขาว่ารองเท้าคู่นั้นหน้าตาคุ้น ๆ เหมือนคู่ที่เคยเป็นข่าวฉาวเมื่อหลายปีก่อน ข่าวของนางโชว์สาวชื่อดังที่หายตัวไปอย่างลึกลับหลังมีปัญหากับเถ้าแก่ใหญ่ ทิ้งไว้แค่รองเท้าข้างเดียวเปื้อนเลือดในห้องพัก ยิ่งสืบยิ่งเจอเรื่องหลอน ทั้งร้านเครื่องหนังที่ปิดตายไปแล้ว ทั้งลุงเจ้าของร้านที่ไม่มีใครเคยเห็นหน้าอีกเลยหลังขายรองเท้าให้หงเสี่ยวอวี้ ความรักที่กำลังหวานเลยเริ่มมีเงาของความระแวงเข้ามาแทรก เขาอยากปกป้องเธอ แต่เขาก็กลัวว่าเธอกำลังถูกบางอย่างสิงสู่โดยไม่รู้ตัว ยิ่งเธอใส่บ่อย วิญญาณเจ้าของเดิมก็ยิ่งชัดขึ้น จากแค่ฝันก็เริ่มเห็นเป็นเงาในกระจก จากแค่เสียงกระซิบก็เริ่มพูดเป็นประโยคว่าเขาคิดถึงร่างของเขา เขาอยากทวงคืน เขาอยากให้เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เขาเคยเจอ หงเสี่ยวอวี้เริ่มมีแผลพุพองที่เท้าแบบไม่มีสาเหตุ ผิวหนังลอกเป็นแผ่น ทั้งที่รองเท้าก็ใส่สบายเหลือเชื่อ เธอเริ่มอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวร้อนแรงจนอาเจี๋ยตามไม่ทัน เดี๋ยวเย็นชาเหมือนคนละคน บางคืนเธอตื่นมากลางดึกพบว่าตัวเองยืนอยู่หน้ากระจกในท่าโพสสุดยั่วเหมือนนางโชว์บนเวที ทั้งที่จำไม่ได้ว่าเดินมาเองตอนไหน เพื่อนสาวคนสนิทที่เป็นดาวเต้นระบำเปลื้องผ้าในคลับยังทักว่าแววตาเธอตอนนี้เหมือนคนโดนของ เหมือนมีผู้หญิงอีกคนซ้อนอยู่ในร่างเดียวกัน ด้านเถ้าแก่ใหญ่เจ้าของคลับที่เคยมีข่าวกับนางโชว์ที่หายไปก็โผล่เข้ามาติดพันหงเสี่ยวอวี้ เขาบอกว่าเขาถูกชะตากับรองเท้าของเธอมาก ขอซื้อต่อให้ราคาสูงลิ่ว แถมพูดเป็นนัยว่าเขารู้ที่มาของมันดี เขารู้ว่ามันทำมาจากอะไรและทำไมมันถึงเฮี้ยนขนาดนี้ หงเสี่ยวอวี้เริ่มกลัวจนอยากทิ้ง แต่ทิ้งยังไงก็กลับมา เผาก็ไม่ไหม้ เอาไปทิ้งถังขยะหน้าปากซอย ตื่นเช้ามามันก็วางอยู่ปลายเตียงเหมือนเดิม แถมสีแดงของมันยิ่งสดขึ้นเหมือนเพิ่งดูดเลือดมาใหม่ ๆ อาเจี๋ยเลยตัดสินใจพาเธอไปหาซินแสและคนทรงเก่าแก่ จนได้รู้ความจริงสุดช็อกว่ารองเท้าคู่นี้ไม่ได้เย็บจากหนังวัวหนังแกะ แต่มันเย็บจากผิวหนังของหญิงสาวที่ตายทั้งกลมด้วยความแค้น ความงาม ความสาว และความปรารถนาที่ยังไม่สมหวังเลยถูกขังอยู่ในหนังคู่นั้น ใครสวมใส่จะได้รับเสน่ห์และความสำเร็จแบบก้าวกระโดด แต่ต้องแลกด้วยการให้วิญญาณค่อย ๆ กลืนกินตัวตนไปทีละนิด จนสุดท้ายร่างนี้จะไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป ทางแก้มีทางเดียวคือต้องยอมรับความจริงและปลดปล่อยความแค้นนั้นก่อนที่มันจะสายเกินไป แต่คำถามคือหงเสี่ยวอวี้จะยอมถอดความฝัน ความรัก และเสน่ห์ที่เพิ่งได้มาหรือเปล่า ในเมื่อชีวิตที่ไม่มีรองเท้าคู่นี้มันช่างจืดชืดและไร้ค่าเหลือเกิน บอกเลยว่าเรื่องนี้คือหนังอาร์ฮ่องกงยุคทองของจริง แซ่บแบบมีชั้นเชิง ไม่ใช่แค่ขายความวาบหวิว แต่ขายบรรยากาศหลอน ๆ ยั่ว ๆ ที่ดูแล้วขนลุกผสมขนลุกเกรียว งานภาพสไตล์ยุค 90 แสงนีออนในคลับ ควันบุหรี่ในห้องถ่ายแบบ ผิวหนังที่สะท้อนแสงไฟ มันทั้งสวยทั้งอึดอัดในเวลาเดียวกัน นักแสดงนำคือปล่อยเสน่ห์แบบเต็มแม็กซ์ ฉากถ่ายแบบคือเดือดมาก มองกล้องทีเดียวใจละลาย แต่พอตัดเข้าฉากหลอนก็เอาซะสะดุ้ง กระจกทุกบานในเรื่องเหมือนมีอีกโลกซ่อนอยู่ ดูไปต้องเหลือบมองกระจกในห้องตัวเองไป หนังมันเล่นกับประเด็นผู้หญิงที่อยากสวย อยากรวย อยากเป็นที่รัก จนยอมแลกทุกอย่าง ซึ่งเป็นปมที่โคตรจริงและโคตรเจ็บ ยิ่งยุคนั้นวงการบันเทิงคือโหด ใครไม่มีเส้น ไม่มีของดีก็ดับง่าย ๆ รองเท้าผีคู่นี้เลยเหมือนสัญลักษณ์ของทางลัดที่ต้องจ่ายแพง ใครชอบหนังผีหื่น ๆ หลอน ๆ อย่างพวกตำนานชุดแดง ผีชุดกี่เพ้า หรือหนังสยองขวัญอีโรติกที่พระเอกนางเอกเคมีแรงจนจอแทบไหม้ เรื่องนี้คือตอบโจทย์มาก ดูเพลิน ดูเร็ว จบในคืนเดียวแล้วจะค้างในหัวไปอีกหลายคืน ระวังอย่างเดียวคือดูจบแล้วจะมองรองเท้าส้นสูงมือสองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คืนนี้ถ้ายังไม่รู้จะดูอะไร ลองเปิดเรื่องนี้แล้วปิดไฟดูให้จบ แล้วจะรู้ว่าความสวยบางครั้งมันก็มีราคาที่ต้องจ่ายด้วยเลือดและวิญญาณจริง ๆ




