เรื่องย่อและข้อมูลของ Red to Kill

คืนนี้ถ้าใจไม่แข็งพออย่าเพิ่งกดดู เพราะหนังเรื่องนี้มันไม่ได้มาเล่น ๆ มันมาแบบเงียบ ๆ แต่เชือดนิ่ม! เยิกซัด หนังปี 1994 ที่ชื่อฟังดูโหดแต่จริง ๆ โหดกว่าที่คิด เพราะมันไม่ได้โหดด้วยมีดด้วยปืน แต่มันโหดด้วยความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ รัดคอคนดูทีละนิด เรื่องเปิดมาที่เมืองท่าเล็ก ๆ ยุค 90 ที่แสงนีออนยังกระพริบไม่เก่งเท่าแสงไฟจากห้องเช่า พระเอกของเราเป็นช่างภาพอิสระวัยสามสิบปลาย ๆ ที่เคยมีไฟแต่ตอนนี้ไฟมอดเหลือแค่ควัน รับงานถ่ายเมนูร้านอาหาร ถ่ายรูปแต่งงานไปวัน ๆ จนวันหนึ่งเขาได้รับงานแปลก ๆ ให้ไปถ่ายภาพบ้านไม้เก่าหลังหนึ่งที่กำลังจะถูกรื้อ แล้วที่นั่นแหละที่เขาเจอเธอ ผู้หญิงที่เป็นทั้งเจ้าของบ้าน ทั้งนางแบบ ทั้งปริศนา เธอสวยแบบไม่พยายามสวย ใส่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่ง ผมรวบลวก ๆ แต่สายตานี่สิ มองทีเดียวรู้เลยว่าคนนี้มีเรื่องในใจเยอะกว่าตู้เสื้อผ้าทั้งตู้ เธอจ้างให้เขาถ่ายภาพสุดท้ายของบ้านหลังนี้ก่อนมันหายไป แต่ถ่ายไปถ่ายมา กล้องมันเริ่มไม่ได้ถ่ายแค่ผนังกับหน้าต่างแล้ว มันเริ่มถ่ายถ่ายความเหงา ความอัดอั้น และแรงดึงดูดบางอย่างที่คนสองคนแค่สบตาก็รู้ว่าห้ามเข้าใกล้ แต่ยิ่งห้ามยิ่งอยากเดินเข้าไป บอกเลยว่าเคมีคู่นี้มันแรงแบบไม่ต้องถอดก็เสียว เพราะหนังมันเก่งมากในการใช้บรรยากาศยั่วคนดู เสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อย ๆ กลิ่นไม้เก่า เสียงฝนเคาะสังกะสี แล้วก็บทสนทนาที่ฟังดูธรรมดาแต่แฝงไปด้วยการหยั่งเชิง เธอเล่าว่าสามีเธอหายตัวไปนานแล้ว ทิ้งไว้แค่บ้านกับหนี้กับข่าวลือแซ่บ ๆ ของคนในซอย ส่วนเขาก็เล่าว่าเมียเก่าทิ้งไปเพราะทนความไม่เอาไหนไม่ได้ คนเหง้า ๆ มาเจอกัน มันก็เหมือนน้ำมันเจอไฟนั่นแหละ แค่รอเวลาติดพรึ่บ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยค่อย ๆ ขยับจากนายจ้างกับช่างภาพ กลายเป็นเพื่อนคุยยามดึก กลายเป็นคนที่โทรหากันตอนตีสองโดยไม่มีธุระ แล้วก็กลายเป็นความใกล้ชิดที่ลึกกว่านั้นแบบผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะทั้งคู่ยินยอมทั้งคู่ ไม่มีใครหลอกใคร มีแต่ใจที่มันเรียกร้อง หนังถ่ายทอดฉากใกล้ชิดแบบอาร์ต ๆ เน้นสายตา เน้นมือที่เผลอแตะกัน เน้นลมหายใจ ไม่โป๊เปลือยโจ่งแจ้งแต่ร้อนฉ่าแบบต้องเปิดแอร์สู้ ใครชอบหนังอีโรติกที่มีชั้นเชิง ไม่ใช่แค่ขายเนื้อหนังแต่ขายอารมณ์ เรื่องนี้คือตอบโจทย์เลย แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งคิดว่านี่คือหนังรักเหงา ๆ เคล้าฝน เพราะชื่อมันว่า เยิกซัด หรือ Weak Kill มันต้องมีปมดาร์ก ๆ ซ่อนอยู่แน่นอน แล้วมันก็มาจริง พอความสัมพันธ์เริ่มลึก พระเอกเริ่มสังเกตว่าบ้านหลังนี้มันมีอะไรแปลก ๆ ห้องเก็บของที่ล็อกตลอด ลิ้นชักที่มีจดหมายไม่ติดแสตมป์เป็นปึก ๆ เพื่อนบ้านที่มองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ เหมือนรู้ความลับอะไรบางอย่าง แถมกลางดึกเธอมักจะละเมอพูดชื่อใครบางคนที่ไม่ใช่ชื่อเขา ความหึงบวกความสงสัยของช่างภาพเลยเริ่มทำงาน เขาค่อย ๆ ขุดคุ้ยอดีตของเธอเหมือนล้างฟิล์มเนกาทีฟ ทีละเฟรม ทีละเฟรม แล้วภาพที่ปรากฏมันก็ยิ่งทำให้ใจสั่น เพราะดูเหมือนการหายตัวไปของสามีเธออาจไม่ใช่แค่การทิ้งกันธรรมดา ๆ แต่อาจเกี่ยวกับคืนหนึ่งที่ฝนตกหนัก มีเสียงทะเลาะกัน และมีใครบางคนไม่ได้เดินออกจากบ้านหลังนั้นอีกเลย ปมนี้แหละที่ทำให้หนังเปลี่ยนจากดราม่าเหงา ๆ กลายเป็นทริลเลอร์จิต ๆ ที่คนดูต้องกลั้นหายใจ เธอเป็นเหยื่อจริงไหม หรือเธอคือคนที่กุมความจริงทั้งหมดไว้ แล้วพระเอกที่กำลังถลำลึกทั้งใจทั้งตัว จะเลือกเชื่อเลนส์กล้องของตัวเอง หรือเชื่อหัวใจที่มันดันไปรักเธอเข้าแล้ว สิ่งที่ทำให้ เยิกซัด ยังน่าดูจนถึงตอนนี้ทั้งที่หนังอายุสามสิบกว่าปีแล้ว คือมู้ดยุค 90 ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ไม่มีมือถือ ไม่มีโซเชียล มีแค่โทรศัพท์บ้านที่ต้องรอสาย มีแค่ฟิล์มที่ต้องลุ้นตอนล้างว่าจะได้รูปไหม ความอึดอัดมันเลยเรียลมาก เพราะตัวละครหนีกันไม่พ้น ต้องเผชิญหน้ากันจริง ๆ คุยกันจริง ๆ รักกันจริง ๆ เจ็บกันจริง ๆ การแสดงของนางเอกคือที่สุด เล่นน้อยแต่ได้เยอะ แค่ยืนนิ่ง ๆ ตรงระเบียงก็ทำให้คนดูรู้สึกว่าเธอกำลังแบกโลกทั้งใบไว้ ส่วนพระเอกก็เล่นแบบหม่น ๆ เท่ ๆ ผู้ชายที่ดูไม่เอาไหนแต่เวลาจ้องผู้หญิงแล้วโคตรจริงใจ ดูไปก็ลุ้นไปว่าสุดท้ายแล้วความปรารถนาครั้งนี้จะพาทั้งคู่ไปรอดหรือพากันจมดิ่ง ใครสายหนังอาร์เก่า ๆ ที่ชอบเส้นเรื่องมีความรัก ความใคร่ ความลับ และฆาตกรรมจาง ๆ เป็นแบ็กกราวด์ แถมเล่าแบบช้า ๆ เนิบ ๆ แต่บีบหัวใจทุกสิบนาที บอกเลยว่าต้องจัดคืนนี้ เปิดไฟสลัว ๆ เปิดแอร์เย็น ๆ แล้วปล่อยให้หนังมันค่อย ๆ เยิกหัวใจคุณไปทีละนิด รับรองว่าดูจบแล้วจะนั่งนิ่ง ๆ อยู่อีกพักใหญ่ นึกถึงสายตาของเธอไม่หายแน่นอน

รับชม Red to Kill แบบเต็มเรื่อง