เรื่องย่อและข้อมูลของ A Good Day to Ascend Season 1

กำแพงระหว่างคนกับเงามืดพังแล้ว ปีศาจทะลักลงมาล่าเหยื่อกลางเมือง ส่วนทางการที่ควรปกป้องดันหันมาไล่ล่าคนจนแทน! A Good Day to Ascend Season 1 เปิดเรื่องมาด้วยโลกที่โคตรโหดแบบนี้เลย ใครที่หาอนิเมะ ซับไทยสายบู๊เดือดปนดราม่าหนัก ๆ ต้องหยุดไถจอก่อน เพราะเรื่องนี้โยนมึงลงกลางกลียุคที่ท้องฟ้ามืดลงทุกวัน พื้นดินสั่นด้วยเสียงคำรามของอสูร แล้วถามคำเดียวว่ามึงจะยืนอยู่ฝั่งไหนระหว่างยอมก้มหัวตายอย่างหมา หรือลุกขึ้นสู้ทั้งที่รู้ว่าตัวคนเดียวไม่มีทางชนะ ฟังดูสิ้นหวังใช่ไหม นั่นแหละรสชาติของเรื่องนี้เลย มันทั้งยิ่งใหญ่ หม่น เศร้า แต่เร้าใจจนอะดรีนาลีนพุ่งตั้งแต่ภาพแรก พระเอกของเราไม่ใช่คุณชายตระกูลใหญ่ ไม่ใช่เทพจุติ ไม่ใช่ผู้ถูกเลือกอะไรทั้งนั้น เขาแค่ ซูอิง นักล่าอสูรกระจอก ๆ ที่อยู่ชายขอบสังคม เห็นคนโดนขูดรีด เห็นหมู่บ้านโดนอสูรขย้ำ เห็นทางการฉ้อฉลแดกเงินภาษีแล้วปล่อยชาวบ้านตาย แล้ววันหนึ่งความอดทนมันขาดผึง เขาลุกขึ้นฆ่าผู้บังคับใช้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ที่โคตรเก่ง แล้วแฉข้าราชการชั่วแบบไม่ไว้หน้าใคร จากนักล่าจน ๆ วันเดียวกลายเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของทั้งโลกมนุษย์และโลกใต้พิภพ ไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีพวกให้พึ่ง มีแค่สองมือกับใจที่บอกว่าถอยไม่ได้แล้ว การเดินทางหนีตายที่โคตรเดือดและโคตรเหงาจึงเริ่มขึ้นตรงนี้ ชีวิตซูอิงก่อนจะแหกทุกกฎมันน่าสงสารจนมึงต้องกำหมัด เขาเป็นแค่นักล่าอสูรตัวเล็ก ๆ รับจ้างฆ่าสัตว์ร้ายแลกเงินประทังชีวิตไปวัน ๆ อยู่ในยุคที่อสูรกับปีศาจโบราณโผล่มาทุกหัวมุมเมือง ชาวบ้านธรรมดาสู้ไม่ได้เลยสักนิด แทนที่ทางการจะส่งคนมาช่วย กลับส่งคนมารีดไถเพิ่ม ใครจ่ายไม่ไหวก็โดนทิ้งให้ตาย ใครกล้าหือก็โดนยัดข้อหากบฏ ซูอิงเห็นวงจรอุบาทว์นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนวันที่เขาเจอกับการกดขี่ตรงหน้าแบบทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาตัดสินใจทำเรื่องบ้าที่ไม่มีใครกล้าทำ คือลงมือกับเจ้าหน้าที่ระดับเทพที่ทางการส่งมาคุมกฎ แล้วลากไส้ข้าราชการขี้โกงออกมาประจานกลางที่แจ้ง วินาทีนั้นชื่อของเขากระเด็นออกจากสารบบคนธรรมดาทันที ทางการตราหน้าเขาว่าอาชญากรคิดล้มล้าง ส่วนฝั่งเงามืดก็จ้องจะฉีกเขาเป็นชิ้น ๆ เพราะการเคลื่อนไหวของเขาดันไปสะกิดสมดุลบางอย่างระหว่างสองโลกเข้าให้ ซีซันนี้เลยเล่าเส้นทางเอาตัวรอดแบบหมาจนตรอกของเขาเป็นหลัก หนีจากเมืองสู่ป่า จากป่าสู่รอยแยกมิติที่บิดเบี้ยว เจออสูรยักษ์ตัวเท่าภูเขา เจอปีศาจเก่าแก่ที่อยู่มานานจนจำไม่ได้ว่าเกิดเมื่อไหร่ เจอผู้ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ที่สเกลพลังห่างกันเหมือนมดกับช้าง แต่ทุกไฟต์ไม่ใช่แค่ซัดกันเอามัน มันคือการสู้เชิงอุดมการณ์ คนเล็ก ๆ ที่ไม่มีเส้นสายจะเอาอะไรไปงัดกับระบบที่เน่าจากข้างใน แถมต้องระวังเงามืดที่คืบคลานเข้ามาทุกคืนด้วย เขาต้องเรียนรู้วิชาใหม่ งัดเทคนิคล่าอสูรแบบบ้าน ๆ มาพลิกแพลงสู้กับพลังเหนือธรรมชาติ ต้องเลือกว่าจะไว้ใจใครในโลกที่ทุกคนหักหลังได้หมด ต้องแบกความผิดบาป ความแค้น และความหวังริบหรี่ของชาวบ้านที่แอบเชียร์เขาอยู่ห่าง ๆ ไปพร้อมกัน มันเป็นโครงเรื่องทั้งซีซันที่ค่อย ๆ ไต่ระดับความสิ้นหวังขึ้นเรื่อย ๆ จากปัญหาหมู่บ้านเล็ก ๆ ลามไปถึงความลับของรอยแยกสองโลก จากการเอาตัวรอดคนเดียว ลามไปสู่คำถามว่าแท้จริงแล้วการ Ascend หรือการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์มันคืออะไรกันแน่ สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่แค่อนิเมะบู๊ล้างผลาญทั่วไปคือเลเยอร์ดราม่าหนังชีวิตที่โคตรแน่น ความมืดในเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงแค่เขี้ยวเล็บของอสูรหรือหมอกดำจากอาณาจักรเงามืดเท่านั้น แต่มันคือความโลภของคนเป็น ๆ นี่แหละที่น่ากลัวกว่า ผู้มีอำนาจที่เฉยชา ปล่อยให้คนตายแล้วบอกว่าเป็นชะตากรรม ระบบที่กดหัวคนจนแล้วบอกว่านี่คือระเบียบ ซูอิงเลยเป็นตัวแทนของพวกเราทุกคนที่เคยโดนเอาเปรียบแล้วได้แต่กัดฟันทน เขาไม่ได้เท่แบบพระเอกสูตรสำเร็จ เขาเหนื่อย เขาเจ็บ เขาเหงา เขาพลาด เขาร้องไห้เป็น แต่เขาไม่ยอมคุกเข่า โทนอารมณ์ของซีรีส์เลยเหวี่ยงมึงไปมาระหว่างโกรธจนอยากปาจอ เศร้าจนจุกอก แล้วก็มีแสงหวังเล็ก ๆ วาบขึ้นมาตอนเขาลุกได้อีกครั้งหลังโดนยำเละ เซ็ตติ้งโลกก็ช่วยบิ้วหนักมาก ฝั่งมนุษย์เป็นอาณาจักรโบราณที่กำลังผุจากข้างใน เมืองหลวงโอ่อ่าแต่เหม็นเน่าคอร์รัปชัน หมู่บ้านชายแดนเงียบสงัดแต่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง ทุกคนมองกันเองเหมือนศัตรูเพราะไม่รู้ว่าใครจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป ส่วนฝั่งเงามืดคือมิติที่บิดเบี้ยว แสงสีประหลาด พลังงานอันตรายลอยในอากาศแค่หายใจก็เหมือนโดนกรีดปอด รอยแยกที่เชื่อมสองโลกค่อย ๆ ขยายขึ้นทุกตอน ยิ่งซูอิงเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ โลกก็ยิ่งปั่นป่วนมากขึ้นเท่านั้น คำถามที่เรื่องนี้โยนใส่มึงตลอดทั้งซีซันคือ ถ้าโลกมันพังทั้งจากอสูรข้างนอกและคนชั่วข้างใน มึงจะยังเชื่อในการลุกขึ้นสู้อยู่ไหม แล้วราคาของการไม่ยอมจำนนมันคุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียไปหรือเปล่า ไม่มีคำตอบง่าย ๆ ให้เลย มีแต่การเดินทางที่บีบให้ทั้งตัวละครทั้งคนดูต้องคิดตาม พูดถึงงานบู๊คือจัดเต็มสมมาตรฐานแอนิเมชันสายแอ็กชันผจญภัยยุคนี้เลย ใครชอบฉากสู้เร็ว แรง สเกลเว่อร์ เรื่องนี้เสิร์ฟให้แบบไม่พัก ไฟต์กับสัตว์ร้ายขนาดมหึมาที่พุ่งมาทั้งฝูง เขี้ยวเท่าเสาบ้าน เล็บข่วนทีภูเขาหายไปครึ่งลูก ซูอิงต้องใช้กับดัก เชือก มีดสั้น และสมองล้วน ๆ ในการล้มยักษ์ ไฟต์กับปีศาจโบราณคือคนละฟีลเลย มันนิ่ง เย็น และโหดแบบไม่ต้องขยับเยอะ แค่ปล่อยแรงกดดันออกมาคนธรรมดาก็ขาอ่อนแล้ว ต้องลุ้นว่าเขาจะหาช่องโหว่เจอไหม ไฟต์กับมนุษย์ด้วยกันเองยิ่งเดือดไปอีกแบบ เพราะพวกผู้บังคับใช้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์แต่ละคนมีวิชาโหด ๆ มีอาวุธเทพ ๆ มีบัฟจากทางการ สู้กันทีเมืองแทบแตก แถมแต่ละดวลไม่ได้วัดแค่พลัง แต่วัดใจด้วยว่าใครยืนหยัดในความเชื่อของตัวเองได้นานกว่ากัน จังหวะเล่าเรื่องเขาสลับเก่งมาก ช่วงดราม่าบีบอารมณ์ให้มึงอินกับความเจ็บของชาวบ้าน ความอยุติธรรมที่ซูอิงเจอ ความโดดเดี่ยวของการโดนทั้งสองโลกไล่ล่า แล้วพอเครื่องติดก็สับเข้าฉากบู๊แบบไม่ให้พักหายใจ ดูบนมือถือตอนดึกคือเพลินมาก เผลอแป๊บเดียวจบตอนแล้วกดต่อแบบไม่รู้ตัว ภาพ แสง สี เสียงคำราม เสียงดาบปะทะกัน ทุกอย่างบิ้วให้มึงรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงรอยแยกของแผ่นดินจริง ๆ ข้างหนึ่งคืออาณาจักรคนที่กำลังล่มสลาย อีกข้างคือเงามืดที่กำลังกลืนทุกอย่าง ถ้ามึงกำลังหาซีรีส์แอนิเมชันที่มีทั้งความมัน ความลึก และพระเอกสายสู้ยิบตาที่ไม่ได้เก่งเทพมาตั้งแต่เกิด แต่เก่งเพราะไม่ยอมตาย เรื่องนี้คือคำตอบเลย กดดูแล้วมาลุ้นไปด้วยกันว่านักล่ากระจอก ๆ คนหนึ่งจะแบกชะตาสองโลกไว้บนหลังได้ไกลแค่ไหนก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงมา

รับชม A Good Day to Ascend Season 1 แบบเต็มเรื่อง