MINDHUNTER Season 1

มายด์ฮันเตอร์ Season 1
2017 ซีรีส์ต่อเนื่อง ทั้งหมด 10 ตอนตอนล่าสุด 10 หนังชีวิต อาชญากรรม Denver & Delilah Productions เน็ตฟลิกซ์
ตัวอย่าง

ตัวอย่าง MINDHUNTER Season 1

เรื่องย่อและข้อมูลของ MINDHUNTER Season 1

ถ้าอยากหยุดฆาตกรต่อเนื่องได้ต้องกล้าพอจะนั่งสบตากับมันแล้วถามว่ามึงคิดอะไรอยู่! นั่นคือเดิมพันบ้าเลือดที่เป็นหัวใจของ ซีรีส์ มายด์ฮันเตอร์ Season 1 เรื่องราวปลายยุค 70 ที่เอฟบีไอแม่งยังจับฆาตกรด้วยวิธีเดิม ๆ คือดูที่เกิดเหตุ ดูรอยเลือด แล้วก็ตัน เพราะไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมคนธรรมดาถึงกลายเป็นปีศาจที่ฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบไม่มีเหตุผลเรื่องเงินเรื่องแค้น โฮลเดน ฟอร์ด เจ้าหน้าที่หนุ่มไฟแรงที่พูดเก่ง คิดไว เชื่อว่าอาชญากรรมไขได้ด้วยสมองไม่ใช่แค่ปืน เขาเลยจับมือกับ บิล เทนช์ รุ่นพี่สายภาคสนามที่เก๋า โหดแบบเงียบ ๆ และมองโลกตามจริง กับ ดร.เวนดี้ คาร์ นักจิตวิทยาสาวสุดเฉียบที่อยากเปลี่ยนความมืดในหัวฆาตกรให้กลายเป็นข้อมูลวิทยาศาสตร์ ทั้งสามคนรวมทีมกันแบบฝืน ๆ เพื่อเปิดหน่วยใหม่ที่ไม่มีใครเชื่อว่าจะเวิร์ก คือหน่วยที่เดินทางไปคุยกับฆาตกรตัวเป็น ๆ ที่ติดคุกอยู่แล้ว เพื่อถอดรหัสวิธีคิด วิธีล่า วิธีเลือกเหยื่อ แล้วเอามาสร้างโปรไฟล์ไว้ล่าตัวต่อไป ฟังดูเท่ใช่ปะ แต่ปัญหาคือทุกครั้งที่เปิดเทปสัมภาษณ์ มึงกำลังเอาจิตใจตัวเองไปแลก แล้วไม่มีใครรับประกันว่ามึงจะกลับมาเป็นคนเดิมได้อีก ใครชอบงานสืบสวนจิต ๆ ดิบ ๆ ที่ไม่ได้ยิงกันตูมตามแต่บีบประสาทยิ่งกว่าโดนปืนจ่อหัว บอกเลยว่าห้ามไถผ่านเด็ดขาด เรื่องนี้มันพาไปนั่งในห้องแคบ ๆ แอร์เย็น ๆ ที่มีแค่โต๊ะ โซ่ และสายตาของฆาตกรที่จ้องมึงไม่กะพริบ แล้วคำถามเดียวที่ดังในหัวคือมึงกำลังศึกษาเขา หรือเขากำลังศึกษามึงกันแน่ ความพีคของทั้งซีซั่นคือมันไม่ได้เล่าแค่คดี แต่มันเล่าการล่มสลายของเส้นแบ่งระหว่างนักล่ากับเหยื่อแบบโคตรเนียน โฮลเดนคือตัวแทนของความทะเยอทะยานที่อันตราย เขาฉลาด เขาหลงใหลในความมืด เขาคุยกับฆาตกรเก่งจนฆาตกรไว้ใจเล่าทุกอย่างตั้งแต่ปมวัยเด็กยันวินาทีที่ลงมือบีบคอเหยื่อ ยิ่งเขาได้ข้อมูลเยอะ หน่วยยิ่งดัง ผู้ใหญ่ยิ่งเริ่มหันมามอง แต่ยิ่งเขาเข้าใจปีศาจมากเท่าไหร่ เขายิ่งเริ่มพูดเหมือนมัน คิดเหมือนมัน และเผลอเอาวิธีของมันมาใช้กับคนรอบตัวโดยไม่รู้ตัว ส่วนบิลคือเบรกมือของทีม เขาเป็นพ่อ เป็นผัว เป็นนักสืบที่ผ่านศพมาเยอะจนชินกลิ่นเลือด เขาพยายามเตือนน้องว่าเฮ้ย มึงอย่าอินเกิน มึงอย่าเอาชีวิตไปทิ้งในห้องสัมภาษณ์ แต่ตัวเขาเองก็มีแผลในบ้านที่ใหญ่ไม่แพ้กัน ลูกชายบุญธรรมที่มีพฤติกรรมน่ากังวล เมียที่เริ่มหมดความอดทน ชีวิตครอบครัวของเขากำลังกลายเป็นเคสจิตวิทยาซะเองโดยที่เขาไม่กล้าสบตา ด้านเวนดี้คือสมองและความกล้าหาญของทีม เธอต้องสู้ทั้งกับระบบราชการชายเป็นใหญ่ที่ไม่เชื่อว่าผู้หญิงจะมาเข้าใจฆาตกรชายได้ และสู้กับตัวเองที่ต้องปิดบังตัวตนบางอย่างไว้ในยุคที่ไม่เปิดรับ เธอคือคนที่คอยดึงงานให้เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นระบบ เป็นโปรโตคอล แต่พอต้องลงสนามจริง เธอก็ต้องเจอคำถามแรง ๆ ว่าทฤษฎีในตำรามึงใช้ได้กับความชั่วของจริงปะวะ เคมีของสามคนนี้คือระเบิดเวลา โฮลเดนพุ่ง บิลดึง เวนดี้คุม แล้วพอมีฆาตกรตัวจริงโผล่ขึ้นมาในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งคดีเด็กหาย คดีพยาบาล คดีมัดตราสังสุดสยอง ทีมนี้ต้องเอาสิ่งที่เรียนรู้จากในคุกมาใช้หน้างานจริงแบบสด ๆ ไม่มีเทกสอง ไม่มีคู่มือ ทุกการวิเคราะห์ผิดคืออีกหนึ่งศพ ทุกการสัมภาษณ์พลาดคือการปล่อยให้ฆาตกรหัวเราะเยาะใส่หน้าเอฟบีไอทั้งกรม สิ่งที่ทำให้ดูแล้ววางไม่ลงคือวิธีการเล่าที่เย็นยะเยือกแต่โคตรเรียล มันไม่ขายจัมป์สแคร์ ไม่ขายเลือดสาดพร่ำเพรื่อ แต่มันขายบทสนทนา บทสนทนาในห้องสัมภาษณ์แต่ละครั้งคือฉากแอ็กชันดี ๆ นี่เอง มึงจะได้นั่งฟังฆาตกรเล่าวิธีเลือกเหยื่อด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ เหมือนเล่าว่าเมื่อเช้ากินอะไร แล้วมึงจะขนลุกเพราะมันจริงเกิน มันมีเหตุผลในแบบของมัน มันไม่ได้บ้าแบบในหนัง แต่มันคิดเป็นระบบ มันจำทุกรายละเอียด มันภูมิใจในสิ่งที่ทำ แล้วโฮลเดนก็ดันยิ้มรับ ชวนคุยต่อ ถามลึกขึ้นอีกนิด อีกนิด จนคนดูอย่างเราต้องร้องในใจว่าไอ้หนุ่มพอแล้ว ถอยออกมา นั่นมันกับดักชัด ๆ ขณะเดียวกันงานภาคสนามก็บีบไม่แพ้กัน การลงพื้นที่ไปคุยกับแม่ที่ลูกหาย กับตำรวจท้องที่ที่ไม่ไว้ใจพวกส่วนกลาง กับชุมชนที่หวาดผวา ทุกอย่างเต็มไปด้วยความอึดอัด ความไม่ไว้ใจ และแรงกดดันว่าต้องจับให้ได้ก่อนจะมีศพต่อไป ภาพยุค 70 ทำถึงมาก ทั้งเสื้อผ้า รถยนต์ สำนักงานไม้เก่า ๆ เทปรีล ควันบุหรี่ที่ลอยในห้องสอบสวน มันสร้างบรรยากาศอึดอัดแบบอนาล็อกที่ไม่มีมือถือ ไม่มีดีเอ็นเอเทพ ๆ มีแค่สัญชาตญาณ คำพูด และจิตวิทยาล้วน ๆ ยิ่งดูยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสมาชิกคนที่สี่ของทีมที่นั่งจดโน้ตอยู่ข้างหลังกระจก แล้วเผลอกลั้นหายใจทุกครั้งที่ฆาตกรเปลี่ยนสีหน้า ความสัมพันธ์ของโฮลเดนกับแฟนสาวอย่างเด็บบี้ก็เป็นอีกเส้นที่แสบ เธอฉลาด ทันเขา กล้าท้าทายเขา แต่ความหมกมุ่นของโฮลเดนก็ค่อย ๆ กัดกินความรักจนกลายเป็นห้องทดลองความสัมพันธ์อีกห้องหนึ่งที่ไม่มีใครอยากเป็นหนูทดลอง ทุกตัวละครมีด้านมืดเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ขยายเมื่อเข้าใกล้ความมืดก้อนใหญ่ แล้วคำถามที่ซีซั่นนี้โยนใส่มึงตลอดคือคนปกติกับฆาตกรห่างกันแค่ไหนกันแน่ แค่โอกาส แค่วัยเด็ก แค่ความคิดชั่ววูบเดียวปะ บอกเลยว่าใครเป็นสายดูรวดเดียวจบยันเช้าต้องโดนเรื่องนี้ตก เพราะมันวางโครงแบบติดหนึบ เปิดปมใหม่ก่อนปมเก่าจะคลาย ทำให้มึงกดตอนต่อไปแบบไม่รู้ตัวทั้งที่ตั้งใจจะนอนแล้ว ดูแบบ ซับไทย ยิ่งได้อารมณ์ เพราะบทพูดมันคม มันกวน มันโรคจิตแบบต้องอ่านทุกคำให้ทันสายตานักแสดง ภาพรวมทั้งซีซั่นคือการเดินทางจากความมั่นใจว่าเราจะเข้าใจปีศาจ ไปสู่ความกลัวว่าเราอาจจะกลายเป็นมันซะเองโดยไม่รู้ตัว มันครบทั้งความระทึก ความหดหู่ ความตลกร้ายของระบบราชการ และดราม่ามนุษย์ที่โคตรจริง ไม่ต้องลุ้นยิงกัน ไม่ต้องลุ้นระเบิด แค่ลุ้นว่าบทสนทนาประโยคต่อไปจะทำให้ฆาตกรเปิดปากหรือลุกขึ้นมาบีบคอมึงแทนก็เหงื่อแตกแล้ว คืนนี้ถ้าไม่รู้จะดูอะไร ปิดไฟ หยิบหูฟัง เปิดห้องสัมภาษณ์บานแรก แล้วเตรียมใจไว้เลยว่ามึงจะไม่ได้แค่ดูฆาตกร แต่มึงจะได้ส่องกระจกเห็นด้านมืดในตัวมึงเองด้วย และนั่นแหละคือเหตุผลที่ควรเทคืนนี้ให้กับการไล่ล่าด้วยจิตวิทยาที่ฉลาดที่สุด ดิบที่สุด และหลอนติดสมองที่สุดเรื่องหนึ่งในยุคนี้ รับประกันว่าพอจบแล้วมึงจะนั่งนิ่ง ๆ มองเพดานแล้วถามตัวเองว่าที่เพิ่งดูไปน่ะนิทานหรือเรื่องจริงของมนุษย์กันแน่

รับชม MINDHUNTER Season 1 แบบเต็มเรื่อง