

Necromancer 2020
เรื่องย่อและข้อมูลของ Necromancer 2020
ในโลกที่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกจะเชื่อเฉพาะสิ่งที่มองเห็น ยังมีอีกด้านหนึ่งซ่อนอยู่ใต้เงาของเมืองและความศรัทธา โลกที่คาถาอาคมไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าจากคนรุ่นเก่า เครื่องรางไม่ได้มีไว้แค่แขวนคอ และความตายอาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของทุกสิ่ง ที่แห่งนี้คือสนามของผู้ครอบครองวิชา ผู้ที่ใช้พลังลึกลับเพื่อปกป้อง แก้แค้น ควบคุม หรือทำลายล้างกันอย่างไร้กฎเกณฑ์ “จอมขมังเวทย์ 2020” พาผู้ชมกลับเข้าสู่บรรยากาศอันมืดมนและเข้มขลังของไสยศาสตร์ไทย ผ่านเรื่องราวการปะทะระหว่างพลังสองยุคที่ไม่มีใครยอมถอยให้ใคร ฝ่ายหนึ่งคือจอมขมังเวทย์รุ่นใหม่ ผู้เต็มไปด้วยความมั่นใจ ความทะเยอทะยาน และความเชื่อว่าพลังของตนสามารถเปลี่ยนกฎทุกอย่างได้ อีกฝ่ายคือผู้ครอบครองตำนาน ผู้ที่ผ่านการต่อสู้และสั่งสมวิชาอาคมมานานจนกลายเป็นชื่อที่ผู้คนหวาดกลัว แม้ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงตรง ๆ การเดินทางของเรื่องไม่ได้เริ่มต้นจากการดวลกันทันที แต่ค่อย ๆ เปิดเผยให้เห็นว่าความขัดแย้งครั้งนี้มีรากลึกกว่าการแย่งชิงอำนาจ ระหว่างทาง ผู้ชมจะได้พบกับตัวละครหลายคนที่ต่างถูกดึงเข้าสู่โลกของอาคมด้วยเหตุผลของตนเอง บางคนต้องการค้นหาความจริงเกี่ยวกับอดีต บางคนพยายามหลุดพ้นจากบาปหรือคำสาปที่ติดตามมานาน ขณะที่บางคนมองเห็นไสยเวทย์เป็นหนทางเดียวในการเอาชีวิตรอดและทวงคืนสิ่งที่สูญเสียไป หมาก ปริญ ถ่ายทอดภาพของชายหนุ่มที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้พลังเหนือธรรมชาติ แต่ยังเป็นคนที่ต้องต่อสู้กับความลังเลและแรงกดดันจากเส้นทางที่ตัวเองเลือก ส่วน นก ฉัตรชัย เติมน้ำหนักให้กับฝั่งของจอมขมังเวทย์ผู้เปรียบเสมือนเงาแห่งอดีต บุคลิกสุขุม เยือกเย็น และยากจะคาดเดา ทำให้ทุกการปรากฏตัวของเขาเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ด้าน ก๊อต จิรายุ, นก สินจัย, คิทตี้ ชิชา และแพร์ พิชชาภา ต่างเข้ามาเติมสีสันและความซับซ้อนให้กับโลกที่ไม่มีใครเป็นคนดีหรือคนร้ายอย่างชัดเจน เมื่อพลังของคนรุ่นใหม่เริ่มก้าวล้ำเส้นที่ไม่ควรแตะต้อง เหตุการณ์ประหลาดและความรุนแรงก็เกิดขึ้นต่อเนื่อง ร่องรอยของอาคมโบราณปรากฏขึ้นในสถานที่ที่ไม่ควรมีใครเข้าถึง ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเริ่มถูกคุกคามจากสิ่งที่มองไม่เห็น และทุกการเคลื่อนไหวดูเหมือนจะถูกจับตามองโดยใครบางคนที่อยู่เหนือเกมทั้งหมด ยิ่งตัวละครพยายามค้นหาคำตอบ พวกเขาก็ยิ่งพบว่าการใช้เวทมนตร์มีราคาที่ต้องจ่าย ไม่มีพลังใดได้มาโดยปราศจากผลลัพธ์ และไม่มีใครสามารถควบคุมสิ่งลึกลับได้ตลอดไป การเผชิญหน้าระหว่างจอมขมังเวทย์สองรุ่นจึงไม่ใช่แค่การวัดกันด้วยคาถาหรือกำลัง แต่เป็นการชนกันของความคิด คนรุ่นหนึ่งเชื่อว่าทุกข้อห้ามสามารถถูกทำลายได้ หากมีพลังมากพอ ขณะที่อีกฝ่ายยึดถือกฎของวิชาและความลับที่สืบทอดกันมายาวนาน ความขัดแย้งค่อย ๆ ขยายตัวจากเรื่องส่วนตัวไปสู่ภัยที่อาจทำให้โลกของคนเป็นและโลกของสิ่งลี้ลับไม่อาจแยกออกจากกันได้อีก เสน่ห์ของภาพยนตร์อยู่ที่การทำให้ไสยศาสตร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ ไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำหรับสร้างฉากหวือหวา ความมืดของสถานที่ เสียงสวดที่แว่วมาจากระยะไกล สัญลักษณ์โบราณ และวัตถุที่ดูธรรมดาแต่ซ่อนอันตรายเอาไว้ ล้วนช่วยสร้างความรู้สึกระแวงให้เกิดขึ้นตลอดเวลา แม้ในช่วงที่ไม่มีการต่อสู้ ผู้ชมก็ยังสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังฉาก ความน่ากลัวของเรื่องไม่ได้มาจากการปรากฏตัวของภูตผีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคำถามว่ามนุษย์จะยอมสูญเสียอะไรเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ และเมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งอาคมแล้ว ยังมีทางกลับออกมาอีกหรือไม่ ภายใต้ความดุดันของฉากแอ็กชัน หนังยังพูดถึงการสืบทอด ความศรัทธา และความพยายามของคนรุ่นใหม่ที่จะพิสูจน์ว่าตนไม่จำเป็นต้องอยู่ใต้เงาของตำนาน ขณะเดียวกันก็ชวนให้มองว่าการก้าวข้ามอดีตอาจไม่ได้หมายถึงการลบล้างทุกสิ่งที่คนรุ่นก่อนสร้างเอาไว้ ด้วยจังหวะที่ผสมความระทึก ความสยองขวัญ และการปะทะเหนือธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน “จอมขมังเวทย์ 2020” เหมาะกับผู้ชมที่ชื่นชอบหนังไทยกลิ่นอายเข้ม มีโลกของความเชื่อเป็นแกนกลาง และต้องการเห็นการต่อสู้ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหมัด อาวุธ หรือกำลังทางกายภาพ ทุกฉากเผชิญหน้ามีความไม่แน่นอนแฝงอยู่ เพราะผู้ที่ดูเหมือนเสียเปรียบอาจมีวิชาที่ซ่อนเอาไว้ และผู้ที่ยืนอยู่เหนือทุกคนก็อาจกำลังถูกพลังของตัวเองย้อนกลับมาครอบงำ การกลับมาของผู้กำกับ ต้อม ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์ ยังช่วยเชื่อมโยงผลงานกับรากของหนังจอมขมังเวทย์ไทย ขณะเดียวกันก็เติมความดิบและความทันสมัยให้กับเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างคนสองยุค นี่คือหนังที่ชวนให้ผู้ชมก้าวเข้าไปในโลกซึ่งอาคมมีตัวตน ความเชื่อสามารถกลายเป็นอาวุธ และตำนานที่ทุกคนคิดว่าจบไปแล้วอาจกำลังตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เตรียมพบกับศึกที่เต็มไปด้วยแรงแค้น ความลึกลับ และพลังมืด เมื่อจอมขมังเวทย์รุ่นใหม่ต้องเผชิญหน้ากับผู้เป็นตำนานในเกมที่ไม่มีใครรู้ว่าใครกำลังควบคุมใครกันแน่
รับชม Necromancer 2020 แบบเต็มเรื่อง
นักแสดง

ปริญ สุภารัตน์

ฉัตรชัย เปล่งพานิช

จิรายุ ตันตระกูล

สินจัย เปล่งพานิช

ชิชา อมาตยกุล

พิชชาภา พันธุมจินดา

สหัสชัย ชุมรุม
Nuttanun Kunnawatt


