

Jurassic World: Fallen Kingdom
เรื่องย่อและข้อมูลของ Jurassic World: Fallen Kingdom
สามปีหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทำให้ Jurassic World กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง เกาะอิสลา นูบลาร์ถูกทิ้งร้างราวกับโลกทั้งใบพยายามลืมความผิดพลาดของมนุษย์ ที่นี่เคยเป็นสวนสนุกสุดยิ่งใหญ่ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ยืนใกล้ชิดกับสิ่งมีชีวิตจากยุคดึกดำบรรพ์ แต่เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยว ไม่มีเจ้าหน้าที่ และไม่มีใครคอยควบคุม เหล่าไดโนเสาร์ที่หลงเหลืออยู่จึงต้องใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง พวกมันไม่ได้หายไปพร้อมกับสวนสนุก หากยังคงเดินเตร็ดเตร่อยู่ในผืนป่าที่เคยเป็นบ้านของพวกมัน ขณะเดียวกัน ภูเขาไฟบนเกาะกำลังส่งสัญญาณว่าจะปะทุครั้งใหญ่ เปลี่ยนดินแดนที่เคยเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ให้กลายเป็นพื้นที่อันตรายที่อาจกวาดล้างทุกชีวิตได้ในพริบตา ท่ามกลางวิกฤตครั้งนี้ แคลร์ อดีตผู้ดูแล Jurassic World ซึ่งเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารสวนสนุก ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิดและคำถามที่ไม่อาจหลีกหนีได้ว่า มนุษย์มีสิทธิ์ปล่อยให้สิ่งมีชีวิตที่ตนเองสร้างขึ้นถูกทำลายหรือไม่ เธอจึงพยายามผลักดันภารกิจช่วยเหลือไดโนเสาร์ออกจากเกาะ ก่อนที่ภูเขาไฟจะระเบิดจนสายเกินไป แต่การกลับไปยังสถานที่ซึ่งเคยพรากชีวิตผู้คนและทิ้งบาดแผลเอาไว้ ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำได้ง่าย ๆ แคลร์จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากโอเวน อดีตผู้ฝึกและศึกษาพฤติกรรมแรปเตอร์ ผู้มีความผูกพันกับบลู ไดโนเสาร์นักล่าที่เขาเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็ก ความสัมพันธ์ระหว่างโอเวนกับบลูทำให้เขาไม่อาจมองเหล่าไดโนเสาร์เป็นเพียงสัตว์ทดลองหรือภัยคุกคาม เพราะสำหรับเขา พวกมันมีความทรงจำ มีสัญชาตญาณ และมีชีวิตที่ควรได้รับการปกป้องไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ภารกิจที่เริ่มต้นจากความตั้งใจจะช่วยเหลือ กลับกลายเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความเร่งด่วนและอันตราย เมื่อโอเวนกับแคลร์ต้องกลับเข้าสู่เกาะที่กำลังพังทลาย พวกเขาต้องฝ่าฝืนแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน กระแสลาวา เถ้าถ่านที่ปกคลุมท้องฟ้า และฝูงไดโนเสาร์ที่กำลังแตกตื่นหนีตาย ทุกวินาทีมีความหมาย เพราะภัยธรรมชาติไม่เคยรอใคร และเส้นทางกลับออกจากเกาะอาจถูกตัดขาดได้ตลอดเวลา การร่วมทางครั้งนี้ยังทำให้ทั้งคู่ต้องกลับมาเผชิญความแตกต่างของตนเอง โอเวนเป็นคนที่เชื่อในสัญชาตญาณและการลงมือทำ ขณะที่แคลร์พยายามใช้เหตุผล กฎเกณฑ์ และอำนาจทางสังคมเพื่อเปลี่ยนทัศนคติของผู้คนที่มองไดโนเสาร์เป็นเพียงปัญหา ทั้งสองอาจไม่ได้เห็นตรงกันในทุกเรื่อง แต่เมื่อชีวิตจำนวนมากกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย พวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะเชื่อใจกันได้มากแค่ไหน ความน่ากลัวของหนังไม่ได้เกิดจากกรงเล็บอันแหลมคมของไดโนเสาร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากมนุษย์ที่มองเห็นคุณค่าและผลประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้แตกต่างกัน บางคนเชื่อว่าพวกมันควรถูกช่วยเหลือในฐานะชีวิตที่มีสิทธิ์ดำรงอยู่ ขณะที่บางคนกลับมองไดโนเสาร์เป็นทรัพย์สิน เป็นอาวุธ หรือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สามารถนำไปสร้างอำนาจและความมั่งคั่งได้ เมื่อเหล่าไดโนเสาร์ถูกนำออกจากเกาะ เรื่องราวจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเอาชีวิตรอดในป่าหรือการหนีจากภูเขาไฟอีกต่อไป แต่กลายเป็นคำถามใหญ่เกี่ยวกับผลลัพธ์ของการทดลองทางวิทยาศาสตร์และความรับผิดชอบของผู้สร้าง มนุษย์นำสิ่งมีชีวิตจากอดีตกลับคืนมาเพราะความอยากรู้อยากเห็นและความทะเยอทะยาน ทว่าเมื่อสิ่งเหล่านั้นเริ่มมีชีวิตของตนเอง มนุษย์กลับต้องตัดสินใจว่าจะยอมรับพวกมันในโลกปัจจุบันหรือพยายามควบคุมทุกอย่างให้กลับมาอยู่ในมือของตนเองอีกครั้ง Jurassic World: Fallen Kingdom จึงเป็นทั้งหนังผจญภัยไซไฟขนาดใหญ่และเรื่องราวที่มีความเศร้าซ่อนอยู่ใต้ความตื่นเต้น ภาพของไดโนเสาร์ที่วิ่งหนีจากเถ้าถ่านและเปลวไฟทำให้ความยิ่งใหญ่ของพวกมันดูเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะเดียวกัน โอเวนกับแคลร์ก็ต้องก้าวผ่านความกลัว ความรู้สึกผิด และอดีตที่ยังตามหลอกหลอน เพื่อค้นหาคำตอบว่าพวกเขากำลังช่วยชีวิต หรือเพียงเข้าไปแทรกแซงธรรมชาติอีกครั้ง หนังมีทั้งฉากไล่ล่าที่กดดัน บรรยากาศของสถานที่ร้างอันชวนขนลุก และช่วงเวลาที่เปิดให้ผู้ชมได้มองไดโนเสาร์ในฐานะสิ่งมีชีวิตมากกว่าสัตว์ประหลาดสำหรับสร้างความหวาดกลัว ทุกการเผชิญหน้าจึงมาพร้อมคำถามว่าใครกันแน่คือผู้ล่า และใครคือผู้ถูกล่า หากคุณชื่นชอบหนังที่ผสานความอลังการของโลกดึกดำบรรพ์เข้ากับประเด็นเรื่องศีลธรรม วิทยาศาสตร์ และการอยู่ร่วมกับสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจควบคุมได้ เรื่องนี้จะพากลับเข้าสู่ Jurassic World ในวันที่อาณาจักรเดิมกำลังล่มสลาย และอนาคตของทั้งมนุษย์กับไดโนเสาร์กำลังรอการตัดสินใจครั้งสำคัญ.
รับชม Jurassic World: Fallen Kingdom แบบเต็มเรื่อง
นักแสดง

คริส แพร็ตต์

Bryce Dallas Howard

เรฟ สปอลล์

จัสติซ เจสส์ สมิธ

Daniella Pineda

เจมส์ ครอมเวลล์

โทบี โจนส์

Ted Levine

เจฟฟ์ โกลด์บลุม

BD Wong

Geraldine Chaplin


