

The Hobbit: The Desolation of Smaug
เรื่องย่อและข้อมูลของ The Hobbit: The Desolation of Smaug
หลังจากหลบหนีจากอันตรายครั้งใหญ่ในดินแดนทางตะวันตกมาได้ การเดินทางของบิลโบ แบ๊กกิ้นส์ และคณะคนแคระยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีเวลาหยุดพัก ภารกิจของพวกเขาคือการมุ่งหน้าสู่เอเรบอร์ อาณาจักรของคนแคระที่ถูกยึดครองและกลายเป็นรังของมังกรสม็อค เพื่อทวงคืนบ้านเกิดและสมบัติที่สูญหายกลับมาให้ได้ แต่เส้นทางสู่ภูเขาโลนลี่เมาน์เทนไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางไกลท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ เพราะทุกพื้นที่ที่พวกเขาก้าวผ่านล้วนซ่อนภัยร้ายเอาไว้ ตั้งแต่เส้นทางรกร้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยของศัตรู ไปจนถึงผืนป่ามืดมนที่เหมือนมีบางสิ่งกำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่ตลอดเวลา บรรยากาศของเรื่องจึงเข้มข้นและกดดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อจุดหมายใกล้เข้ามา ความหวังที่จะได้เห็นอาณาจักรกลับคืนก็ยิ่งชัดเจน ขณะเดียวกันความตายและความสูญเสียก็รออยู่ใกล้กว่าที่ทุกคนคาดคิด บิลโบเริ่มเปลี่ยนไปจากฮอบบิทธรรมดาที่เคยหวาดกลัวการออกจากบ้าน เขาต้องเรียนรู้ที่จะใช้ไหวพริบมากกว่าพละกำลัง และต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเขาได้ทันเวลา การเดินทางร่วมกับธอริน โอเคนชีลด์และเหล่าคนแคระทำให้เขาได้เห็นทั้งความกล้าหาญ ความดื้อรั้น และบาดแผลในใจของผู้ที่กำลังพยายามทวงคืนศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์ตนเอง ธอรินเป็นผู้นำที่แบกความคาดหวังของคนทั้งอาณาจักรไว้บนบ่า เขาไม่ยอมให้สิ่งใดขวางทาง แม้บางครั้งความมุ่งมั่นนั้นจะผลักให้เขาเดินเข้าใกล้อันตรายมากเกินไป ส่วนแกนดัล์ฟยังคงเป็นผู้คอยชี้ทางและมองเห็นเงามืดบางอย่างที่กำลังขยายตัวอยู่เบื้องหลังภารกิจครั้งนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งสามจึงเต็มไปด้วยทั้งความเชื่อใจ ความขัดแย้ง และคำถามว่า เมื่อถึงเวลาคับขัน พวกเขาจะยังยืนอยู่ข้างกันได้หรือไม่ เมื่อคณะเดินทางเข้าสู่ป่าเมิร์กวูด โลกแฟนตาซีที่เคยเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์กลับกลายเป็นสถานที่น่าหวาดหวั่น ทุกย่างก้าวในผืนป่าอาจนำไปสู่กับดัก เส้นทางที่วนเวียนและความมืดที่ปกคลุมอยู่รอบด้านทำให้สมาชิกในคณะเริ่มอ่อนล้าและสับสน ก่อนที่ฝูงแมงมุมยักษ์จะปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน พวกมันเคลื่อนที่ผ่านเงามืดด้วยความเงียบงันและพร้อมจะเปลี่ยนผู้เดินทางให้กลายเป็นเหยื่อในพริบตา ช่วงเวลานี้เองที่บิลโบต้องพิสูจน์ว่าความกล้าของเขาไม่ได้เกิดจากการไม่รู้จักกลัว แต่เกิดจากการเลือกลงมือทำแม้หัวใจจะเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทุกคนต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด พวกเขายังต้องเผชิญหน้ากับเหล่าเอล์ฟแห่งเมิร์กวูด ผู้มีท่าทีเย็นชาและไม่พร้อมจะยื่นมือช่วยเหลือใครง่าย ๆ การถูกจับกุมและความไม่ไว้วางใจทำให้ภารกิจของคณะยิ่งซับซ้อนขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดประตูให้ผู้ชมได้พบกับเลโกลัสและทอเรียล สองนักรบเอล์ฟผู้มีวิธีรับมือกับภัยคุกคามแตกต่างกันอย่างชัดเจน หลังจากผ่านพ้นป่าอันตรายมาได้ คณะของธอรินต้องอาศัยความช่วยเหลือจากบาร์ด นักธนูผู้มีอดีตและความลับของตนเอง เพื่อเดินทางต่อไปยังเลคทาวน์ เมืองที่ตั้งอยู่กลางผืนน้ำและดูเหมือนจะเป็นความหวังสุดท้ายก่อนถึงอาณาจักรเอเรบอร์ ทว่าเมืองแห่งนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยผู้คนที่พร้อมต้อนรับวีรบุรุษ ทุกชีวิตต่างดิ้นรนอยู่ท่ามกลางความยากจน การเมืองภายใน และความหวาดกลัวต่อภัยจากอดีต ชาวเมืองจำนวนมากมองคณะคนแคระด้วยความหวัง ขณะเดียวกันผู้มีอำนาจบางคนก็เห็นพวกเขาเป็นเพียงเครื่องมือที่จะใช้สร้างชื่อเสียงให้ตนเอง การมาถึงของคณะจึงจุดประกายทั้งความคาดหวังและความวุ่นวาย ก่อนที่พวกเขาจะต้องเดินหน้าสู่จุดหมายที่ไม่มีใครสามารถย้อนกลับไปได้อีก ยิ่งเข้าใกล้ภูเขาโลนลี่เมาน์เทนมากเท่าไร ความสัมพันธ์ภายในคณะก็ยิ่งถูกทดสอบมากขึ้น เพราะความฝันที่จะได้อาณาจักรคืนมานั้นอาจแลกมาด้วยราคาที่หนักเกินกว่าที่ทุกคนพร้อมจะจ่าย หัวใจสำคัญของ The Hobbit: The Desolation of Smaug ไม่ได้อยู่เพียงฉากการต่อสู้หรือการไล่ล่าที่ตื่นเต้นเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของผู้คนตัวเล็ก ๆ เมื่อถูกโยนเข้าสู่โลกที่ใหญ่และโหดร้ายเกินกว่าจะควบคุมได้ บิลโบต้องต่อสู้กับความกลัวและความรู้สึกผิดของตนเอง ขณะที่ธอรินต้องรับมือกับภาระของผู้นำและความหลงใหลในอาณาจักรที่สูญเสียไป เรื่องราวยังตั้งคำถามถึงความโลภ อำนาจ และความหมายของคำว่าบ้าน เพราะสิ่งที่ทุกคนกำลังตามหาอาจไม่ได้มีเพียงทองคำหรือบัลลังก์ แต่คือโอกาสที่จะได้กลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง โทนของหนังผสมผสานความยิ่งใหญ่แบบแฟนตาซีเข้ากับความระทึกของหนังเอาชีวิตรอดได้อย่างลงตัว มีทั้งฉากผจญภัยในดินแดนที่เหนือจินตนาการ ความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เติบโต และภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้นทุกครั้งที่คณะเดินทางขยับเข้าใกล้เป้าหมาย แน่นอนว่าเงาของสม็อคคือสิ่งที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากทุกบททดสอบที่ผ่านมา มังกรผู้ครอบครองขุมทรัพย์แห่งเอเรบอร์ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ร้ายขนาดมหึมา แต่เป็นศัตรูที่มีสติปัญญา เจ้าเล่ห์ และน่าเกรงขามจนทำให้ความกล้าหาญของมนุษย์หรือคนแคระดูเล็กน้อยลงทันที การเผชิญหน้ากับมันจึงไม่ใช่เรื่องของกำลังเพียงอย่างเดียว หากเป็นเกมวัดใจที่ทุกคำพูดและทุกการตัดสินใจอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง ด้วยภาพของโลกแฟนตาซีที่กว้างใหญ่ ฉากแอ็กชันที่เดินหน้าไม่หยุด และตัวละครที่มีทั้งความหวัง ความทะเยอทะยาน และบาดแผลในอดีต หนังจึงมอบประสบการณ์การผจญภัยที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น และมีน้ำหนักทางอารมณ์ เหมาะสำหรับผู้ชมที่อยากออกเดินทางไปยังดินแดนลึกลับ พร้อมลุ้นว่าคณะนักผจญภัยกลุ่มนี้จะฝ่าป่าอันตราย เมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง และรังมังกรที่น่าสะพรึงกลัวไปได้อย่างไร โดยที่ความลับบางอย่างยังคงรอการเปิดเผยอยู่เบื้องหน้า
รับชม The Hobbit: The Desolation of Smaug แบบเต็มเรื่อง
นักแสดง

Ian McKellen

มาร์ติน ฟรีแมน

Richard Armitage

เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์

ออร์แลนโด บลูม

Evangeline Lilly

ลี เพซ

Luke Evans

Stephen Fry

Ken Stott

James Nesbitt


