

จิม แคร์รี่ย์
โซอีย์ เดชาเนล
แบรดลีย์ คูเปอร์
John Michael Higgins
Rhys Darby
Danny Masterson
Fionnula Flanagan
Terence Stamp
เรื่องย่อและข้อมูลของ Yes Man
คาร์ล อัลเลน คือชายหนุ่มที่เหมือนใช้ชีวิตอยู่ในห้องเดิม ๆ แม้จะเดินทางไปทำงาน พบปะผู้คน และกลับบ้านทุกวันตามปกติ แต่โลกของเขากลับหยุดนิ่งมานานแล้ว หลังผ่านเรื่องผิดหวังบางอย่างในอดีต คาร์ลเลือกปิดประตูใส่ทุกสิ่งที่อาจทำให้ชีวิตยุ่งยาก เขาปฏิเสธคำชวนจากเพื่อน ไม่สนใจโอกาสใหม่ ๆ และมักมีคำว่า “ไม่” อยู่ปลายลิ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปสังสรรค์ การลองทำเรื่องแปลกใหม่ หรือแม้แต่การเปิดใจให้ใครสักคน ชีวิตของเขาจึงปลอดภัย เรียบง่าย และคาดเดาได้…แต่ก็ว่างเปล่าจนน่าใจหาย ความโดดเดี่ยวค่อย ๆ กลายเป็นกิจวัตร ขณะที่คนรอบข้างเริ่มเลิกพยายามชวนเขาออกจากเปลือกเดิม ๆ เมื่อเพื่อนเก่าคนหนึ่งเห็นว่าคาร์ลกำลังปล่อยตัวเองจมอยู่กับความเฉื่อยชา เขาจึงถูกพาไปเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือตนเองที่มีกฎเพียงข้อเดียว นั่นคือ ต่อจากนี้ต้องตอบรับทุกข้อเสนอที่เข้ามาในชีวิตด้วยคำว่า “ได้” คำแนะนำฟังดูง่ายจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเปลี่ยนอะไรได้ แต่สำหรับคนที่เคยปฏิเสธทุกอย่าง การตอบตกลงกลับกลายเป็นการกระโดดออกจากพื้นที่ปลอดภัยครั้งใหญ่ คาร์ลเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่เคยคิดจะทำ ก่อนจะพบว่าการเปิดรับสิ่งต่าง ๆ ทำให้ชีวิตเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับมีใครกดปุ่มเร่ง จากคนที่เคยใช้เวลาทั้งคืนอยู่คนเดียว เขากลับได้พบผู้คนหลากหลาย ได้ลองทำสิ่งที่ไม่คุ้นเคย และได้เห็นด้านต่าง ๆ ของเมืองรวมถึงตัวเองที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน ในจังหวะที่ชีวิตเริ่มเต็มไปด้วยเหตุบังเอิญ คาร์ลได้พบกับแอลลิสัน หญิงสาวอารมณ์ดีที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เธอใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระ เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และไม่ปล่อยให้โลกกำหนดว่าตัวเองควรเป็นแบบไหน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่เริ่มต้นจากความบังเอิญและการตอบรับสิ่งที่ปกติคาร์ลคงเดินหนี แต่ไม่นานเขาก็พบว่าการมีแอลลิสันอยู่ใกล้ ๆ ทำให้ทุกวันน่าตื่นเต้นขึ้นอย่างประหลาด เธอพาเขาไปพบประสบการณ์ใหม่ ๆ ขณะเดียวกัน คาร์ลก็เริ่มได้เรียนรู้ว่าความสนุกของชีวิตไม่ได้มาจากการทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ แต่มาจากการยอมให้ตัวเองหัวเราะกับความผิดพลาดและกล้าที่จะรู้สึกกับใครบางคนอีกครั้ง เส้นทางความรักของเขาจึงทั้งสดใส ชวนอมยิ้ม และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เพราะคนที่เพิ่งหัดเปิดใจย่อมไม่รู้ว่าจะรับมือกับความคาดหวังและความรู้สึกอันซับซ้อนได้อย่างไร ขณะเดียวกัน คำว่า “ได้” ก็เริ่มพาคาร์ลไปไกลเกินกว่าที่เขาคาดคิด การตัดสินใจตอบรับโอกาสในหน้าที่การงานทำให้เขาโดดเด่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เคยมองว่าเป็นทางตันกลับมีช่องทางใหม่ปรากฏขึ้น และชายผู้เคยใช้ชีวิตอย่างไม่มีเป้าหมายก็เริ่มมองเห็นความเป็นไปได้ของอนาคต อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเชื่อว่าการไม่ปฏิเสธคือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ คาร์ลก็เริ่มรับทุกเรื่องเข้ามาโดยแทบไม่หยุดคิด ตั้งแต่คำชวนที่ฟังดูน่าสงสัย ไปจนถึงสถานการณ์ที่ไม่ควรตอบตกลงตั้งแต่แรก ชีวิตที่เคยเงียบเหงาจึงเปลี่ยนเป็นความวุ่นวายชนิดที่ไม่มีเวลาให้ตั้งตัว และเมื่อผลลัพธ์จากการตัดสินใจเหล่านั้นเริ่มกระทบทั้งงาน มิตรภาพ และความรัก เขาต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่า การเปิดรับโลกอย่างเต็มที่แตกต่างจากการปล่อยให้โลกลากเราไปอย่างไร เสน่ห์ของ “คนมันรุ่ง เพราะมุ่งเซย์เยส” อยู่ที่การใช้เสียงหัวเราะเล่าเรื่องของคนธรรมดาที่พยายามกลับมาเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองอีกครั้ง จิม แคร์รี่ย์ถ่ายทอดคาร์ลได้อย่างมีชีวิตชีวา ตั้งแต่สีหน้าของคนที่ไม่อยากยุ่งกับใคร ไปจนถึงท่าทีตื่นตระหนกของชายที่ตอบตกลงเร็วเกินกว่าจะคิดให้รอบคอบ ทุกการเปลี่ยนแปลงของเขามีทั้งความเปิ่น ความจริงใจ และความน่าเอาใจช่วย หนังจึงไม่ได้บอกว่าการพูดว่า “ได้” จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในทันที หากชวนมองว่าบางครั้งเราปฏิเสธโอกาสเพราะมันไม่เหมาะกับเราจริง ๆ แต่หลายครั้งก็เพียงเพราะเรากลัวความผิดหวัง กลัวการเปลี่ยนแปลง หรือกลัวว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเอง ผ่านโทนตลกโรแมนติกที่ดูง่ายและอบอุ่น เรื่องนี้จะพาผู้ชมไปสำรวจความหมายของการใช้ชีวิตอย่างเปิดกว้าง พร้อมเตือนเบา ๆ ว่าการกล้าออกจากกรอบเดิมเป็นเรื่องสำคัญ แต่การรู้จักตัวเองและเลือกสิ่งที่มีความหมายก็สำคัญไม่แพ้กัน หากกำลังมองหาหนังที่ทั้งฮา มีความรัก มีพลังบวก และชวนให้ลองมองโอกาสรอบตัวเสียใหม่ เรื่องราวของคาร์ลอาจทำให้คำว่า “ได้” ฟังดูน่าลองขึ้นกว่าที่เคย.

