

เรื่องย่อและข้อมูลของ The Rhythm Section
สเตฟานี แพทริก ไม่มีอะไรเหลือให้เสียอีกแล้วนอกจากชีวิตพัง ๆ ของตัวเอง และ โคตรสาวมือพระกาฬ หรือ The Rhythm Section จะลากเธอจากจุดนั้นไปสู่เกมล้างแค้นที่ถอยไม่ได้อีกเลย คืนนี้ต้องกดดูเพราะนี่ไม่ใช่หนังสายลับสวย ๆ ที่พระเอกเก่งตั้งแต่เกิด แต่มันคือเรื่องของคนธรรมดาที่ครอบครัวตายหมดทั้งบ้านจากเครื่องบินตก แล้ววันหนึ่งเธอเพิ่งรู้ว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ มันคือการก่อการร้ายที่มีคนตั้งใจวางแผนฆ่าคนบริสุทธิ์ทั้งลำ สเตฟานีที่รับบทโดย เบลค ไลฟ์ลี จากสาวที่จมอยู่กับความผิด ความเศร้า และชีวิตที่พังจนกู่ไม่กลับ ตัดสินใจว่าถ้ากฎหมายให้คำตอบเธอไม่ได้ เธอจะไปหาคำตอบเองด้วยมือของเธอเอง แล้วทางเดียวที่จะเข้าใกล้ความจริงได้คือยอมให้ เอียน บอยด์ อดีตเจ้าหน้าที่ MI6 ที่รับบทโดย จูด ลอว์ จับเธอมาปั้นใหม่จากเหยื่อให้กลายเป็นนักล่า จากคนที่แค่ถือปืนยังมือสั่นให้กลายเป็นคนที่ต้องแทรกซึม ปลอมตัว โกหก และเอาตัวรอดในโลกที่ไม่มีใครพูดความจริงเลยสักคน หนัง ปี 2020 เรื่องนี้ได้ทีมโปรดิวเซอร์จากสายตระกูลเจมส์ บอนด์มาทำ แต่บอกเลยว่าโทนมันดิบกว่านั้นเยอะ ไม่มีชุดสูทเท่ ไม่มีอุปกรณ์เว่อร์ มีแต่ความเหนื่อย ความเจ็บจริง และความกลัวจริงของคนที่เพิ่งเคยฆ่าคนครั้งแรกในชีวิต ใครชอบหนังบู๊ระทึกขวัญที่ทั้งลุ้นทั้งอึดอัดในเวลาเดียวกัน เรื่องนี้คือคำตอบของคืนดึก ๆ ที่อยากดูอะไรที่มันกัดกินหัวใจไปจนจบเรื่อง แบบพากย์ไทยก็ยิ่งดูไหล ดูเพลิน ไม่ต้องอ่านซับให้เสียจังหวะลุ้น แล้วเกมมันก็เริ่มเดือดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะยิ่งสเตฟานีสืบลึกเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้ว่าเรื่องเครื่องบินตกมันเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง มันมีเครือข่าย มีคนจ้าง มีคนวางแผน มีคนส่งของ มีคนทำความสะอาดตามเก็บทุกอย่างแบบเงียบ ๆ กระจายอยู่ทั่วยุโรปและตะวันออกกลาง เธอต้องเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนพาสปอร์ต เปลี่ยนบุคลิก จากสาวอเมริกันที่แตกสลายกลายเป็นสายลับจำเป็นที่ต้องยิ้มให้คนที่เธออยากจะฆ่าทิ้งตรงหน้า ต้องนั่งกินข้าวกับพ่อค้าอาวุธ ต้องทำเป็นแฟนกับคนที่อันตราย ต้องขับรถหนี ต้องสู้มือเปล่าในห้องแคบ ๆ ที่ไม่มีสตันต์ช่วย ไม่มีเทคสองในชีวิตจริง ทุกภารกิจคือการสอบตกได้แค่ครั้งเดียวคือตาย บอยด์ไม่ได้ปั้นเธอแบบครูใจดี เขาปั้นแบบโหด แบบด่า แบบผลักให้เธอเจอความกลัวจนชิน เพราะในสนามจริงไม่มีใครมาอุ้มเธอตอนพลาด ทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้ตัวการระดับสูงขึ้นอีกขั้น เดิมพันก็สูงขึ้นอีกเท่าตัว จากแค่หามือวางระเบิด กลายเป็นต้องสาวไปถึงคนบงการที่ซ่อนตัวอยู่หลังบริษัทบังหน้าและบัญชีลับ แล้วคำถามมันก็เริ่มกัดเธอเองว่าเธอกำลังทำเพื่อความยุติธรรมให้ครอบครัว หรือแค่ทำเพื่อเติมความแค้นในใจตัวเองให้เต็ม แล้วถ้าเธอกลายเป็นฆาตกรไปแล้วจริง ๆ เธอจะกลับไปเป็นคนเดิมได้อีกไหม ความพีคของเรื่องนี้คือมันไม่ขายความมันอย่างเดียว แต่มันขายความพังของคนด้วย สเตฟานีไม่ใช่ยอดมนุษย์ เธอพลาด เธอกลัว เธอร้องไห้ เธออ้วกหลังฆ่าคน เธอมือสั่นตอนต้องโกหก เธอเกือบตายเพราะความประมาทของตัวเองหลายรอบมาก แล้วนั่นแหละที่ทำให้คนดูเอาใจช่วยแบบสุดหัวใจ เพราะเรารู้ว่าเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วถ้าอยากรู้ความจริง โลกสายลับในเรื่องนี้ก็โคตรจริง มันหม่น มันเย็น มันเหงา มันหวาดระแวงตลอดเวลา ไม่มีใครไว้ใจใครได้เต็มร้อย แม้แต่คนที่ยื่นมือมาช่วยก็อาจมีราคาที่ต้องจ่าย ข้อมูลทุกอย่างมีสองด้าน ทุกเบาะแสอาจเป็นกับดัก ทุกเมืองที่เธอหนีไปซ่อนตัวอาจมีคนสะกดรอยตามอยู่แล้วหนึ่งก้าว ฉากไล่ล่าในหนังเลยไม่ได้มาแบบระเบิดภูเขาเผากระท่อม แต่มาแบบดิบ ๆ เหนื่อย ๆ ล้มลุกคลุกคลาน ทั้งฉากสู้ระยะประชิดในอพาร์ตเมนต์แคบ ๆ ฉากขับรถไล่บี้กันแบบหายใจไม่ทั่วท้อง ฉากแทรกซึมที่ต้องใช้สติมากกว่าปืน ทุกอย่างถูกถ่ายด้วยจังหวะที่เรียกว่า The Rhythm Section ตามชื่อเรื่องเลย คือจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำตอนเรากลัวจนคุมตัวเองไม่อยู่ แล้วเธอต้องเรียนรู้ที่จะคุมจังหวะนั้นให้ได้ก่อนที่มันจะฆ่าเธอเสียเอง แล้วสุดท้ายผู้หญิงที่ไม่มีอะไรจะเสียคนนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนกันแน่ เมื่อรายชื่อคนที่ต้องล่ามันยาวขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งเข้าใกล้หัวใจของเครือข่าย เธอก็ยิ่งต้องแลกด้วยตัวตนของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอจะยังเป็นสเตฟานี แพทริก คนเดิมที่เป็นลูกสาว เป็นพี่สาว เป็นคนธรรมดาอยู่ไหม หรือเธอต้องฆ่าตัวตนเก่าทิ้งให้หมดเพื่อกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมจะเหนี่ยวไกโดยไม่ลังเล แล้วความจริงที่เธอวิ่งตามมาทั้งเรื่อง ถ้าวันหนึ่งเธอได้มันมาจริง ๆ มันจะเยียวยาแผลในใจเธอได้จริงเหรอ หรือมันจะแค่เปิดแผลใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมจนไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมได้อีกเลย









