

เรื่องย่อและข้อมูลของ Back to the Future Part III
หลังจากความวุ่นวายจากการเดินทางข้ามเวลายังไม่ทันจางหาย มาตี้ แม็กฟลายก็พบว่าชีวิตของเขายังไม่อาจกลับคืนสู่ความปกติได้ง่ายๆ เมื่อเขาได้รับข้อความจาก ดร.เอ็มเม็ตต์ บราวน์ หรือ “ด็อก” นักวิทยาศาสตร์คู่หูที่หายตัวไปในอดีตอันไกลโพ้น คราวนี้ด็อกไม่ได้ติดอยู่ในเมืองฮิลล์วัลเลย์ปี 1955 หรือโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่กลับหลุดเข้าไปอยู่ในปี 1885 ท่ามกลางดินแดนตะวันตกที่ยังขับเคลื่อนด้วยม้า รถม้า ปืนหกนัด และกฎแห่งศักดิ์ศรีแบบคาวบอย มาตี้จึงต้องตัดสินใจทิ้งความปลอดภัยของตัวเองไว้เบื้องหลัง แล้วใช้รถเดอลอรีนย้อนกลับไปช่วยเพื่อนรักให้กลับสู่ปี 1985 ก่อนที่เส้นทางเวลาอาจถูกเปลี่ยนแปลงจนไม่มีวันแก้ไขได้อีก การเดินทางครั้งนี้พามาตี้เข้าสู่โลกที่แตกต่างจากทุกสิ่งที่เขาเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง เมืองเล็กๆ ในยุคตะวันตกเต็มไปด้วยผู้คนที่พร้อมใช้ปืนตัดสินปัญหา โรงเตี๊ยมคึกคักด้วยเสียงดนตรีและข่าวลือ ขณะที่ทุกถนนอาจนำไปสู่การเผชิญหน้ากับคนอันตรายโดยไม่ทันตั้งตัว ที่นั่นเขายังได้พบกับ ซีมัวร์ แม็กฟลาย บรรพบุรุษของตัวเอง ชายหนุ่มผู้มีนิสัยซุ่มซ่ามและไม่ต่างจากมาตี้เท่าไรนัก การปรากฏตัวของญาติจากอดีตทำให้ภารกิจช่วยด็อกมีความซับซ้อนขึ้น เพราะมาตี้ไม่สามารถปล่อยให้เหตุการณ์ใดๆ ส่งผลกระทบต่ออนาคตของครอบครัวได้ ขณะเดียวกัน เขายังต้องระวังไม่ให้ตัวตนของตัวเองกลายเป็นความผิดปกติที่ทำให้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปตลอดกาล แต่ด็อกกลับไม่ได้ต้องการเพียงแค่รอให้มาตี้มาช่วย เขาเริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตในปี 1885 และพบว่าการอยู่ในอดีตอาจมอบบางสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับจากโลกเดิม นั่นคือความรักจาก คลารา เคลย์ตัน ครูสาวผู้มีความสนใจในดวงดาวและความลึกลับของจักรวาลไม่แพ้เขา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นจากความบังเอิญ ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นความผูกพันที่ทำให้ด็อกต้องตั้งคำถามกับแผนการกลับบ้านของตัวเอง เขาเคยเชื่อว่าหน้าที่ของนักวิทยาศาสตร์คือการเดินหน้าสู่อนาคต แต่เมื่อได้พบใครบางคนที่ทำให้หัวใจหยุดอยู่กับปัจจุบัน การย้อนกลับไปยังชีวิตเดิมก็ไม่ใช่คำตอบที่ชัดเจนอีกต่อไป มาตี้จึงไม่ได้ต้องช่วยเพื่อนเพียงให้รอดพ้นจากอันตราย หากยังต้องพาเขาตัดสินใจระหว่างโลกที่คุ้นเคยกับความสุขรูปแบบใหม่ที่อาจไม่มีโอกาสพบอีก ปัญหาทุกอย่างยิ่งหนักขึ้นเมื่อรถเดอลอรีนไม่สามารถพาพวกเขากลับไปยังอนาคตได้ พลังงานที่จำเป็นหมดลง และในปี 1885 ก็ไม่มีสถานีชาร์จหรือเครื่องมือไฮเทคให้พึ่งพา ด็อกจึงต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่จำกัด คิดหาวิธีสร้างแรงส่งให้รถทำความเร็วถึงระดับที่สามารถเปิดประตูเวลาได้อีกครั้ง ความหวังของพวกเขาอาจต้องฝากไว้กับสิ่งที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ที่สุด นั่นคือหัวรถจักรไอน้ำซึ่งต้องเร่งความเร็วบนรางรถไฟให้มากพอจะผลักรถยนต์จากอนาคตข้ามห้วงเวลา แผนการนี้ทั้งบ้าบิ่นและเต็มไปด้วยความเสี่ยง เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้พวกเขาติดอยู่ในอดีตตลอดไป ท่ามกลางการเตรียมการอันแสนวุ่นวาย มาตี้ยังถูกลากเข้าไปพัวพันกับ บูฟอร์ด “แมดด็อก” แทนเนน นักเลงคาวบอยผู้โหดเหี้ยมและเป็นต้นตระกูลของศัตรูที่เขาเคยพบในยุคของตัวเอง สำหรับมาตี้ การเผชิญหน้ากับแทนเนนไม่ใช่แค่เรื่องการปกป้องเพื่อนหรือช่วยให้ภารกิจสำเร็จ แต่ยังเป็นบททดสอบความกล้าที่เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เขาไม่ต้องการให้ตัวเองถูกมองว่าเป็นคนขี้ขลาด ทว่าในโลกที่ผู้ชายวัดศักดิ์ศรีกันด้วยการดวลปืน คำพูดเพียงไม่กี่คำก็อาจกลายเป็นชนวนของความตาย มาตี้ต้องเรียนรู้ว่าความกล้าหาญไม่ได้หมายถึงการวิ่งเข้าหาอันตรายโดยไม่คิด แต่คือการยืนหยัดปกป้องสิ่งสำคัญ แม้จะรู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับคนที่ได้เปรียบกว่า ความสนุกของเรื่องจึงเกิดขึ้นจากการปะทะกันระหว่างเด็กหนุ่มจากปี 1985 กับกฎเกณฑ์สุดเข้มของยุคคาวบอย ทั้งการแต่งตัวที่ไม่เข้าพวก วิธีพูดที่ชวนให้คนเข้าใจผิด และความรู้สมัยใหม่ที่กลายเป็นของประหลาดในสายตาผู้คน “เจาะเวลาหาอดีต 3” ยังคงเต็มไปด้วยอารมณ์ขันและความคิดสร้างสรรค์แบบนิยายวิทยาศาสตร์ แต่เติมกลิ่นอายหนังตะวันตกเข้าไปอย่างโดดเด่น จนกลายเป็นการผจญภัยที่มีรสชาติแตกต่างจากสองภาคแรกอย่างชัดเจน เบื้องหลังฉากไล่ล่า การดวลปืน และแผนการใช้รถไฟยังมีเรื่องราวของมิตรภาพ ความรัก และการยอมรับว่าบางครั้ง “บ้าน” อาจไม่ได้หมายถึงสถานที่ที่เราเคยจากมาเพียงแห่งเดียว มาตี้กับด็อกต้องร่วมมือกันอีกครั้งเพื่อเอาชนะข้อจำกัดของเวลา ขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดการเดินทาง หนังพาผู้ชมลุ้นไปกับภารกิจที่แทบไม่มีพื้นที่ให้พลาด สนุกกับมุกตลกจากการนำเทคโนโลยีอนาคตไปอยู่ท่ามกลางฝุ่นควันของดินแดนตะวันตก และซาบซึ้งกับตัวละครที่กำลังค้นพบว่าทุกการเดินทางย่อมทิ้งบางสิ่งไว้ข้างหลัง ใครที่ชื่นชอบเรื่องราวข้ามเวลา การผจญภัยอารมณ์ดี และความสัมพันธ์ของคู่หูที่ทั้งทะเลาะทั้งช่วยเหลือกันมาตลอด ภาคนี้คือบทสรุปที่อบอุ่น ตื่นเต้น และยังคงเสน่ห์ของการออกเดินทางไปยังที่ที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะกลับออกมาเหมือนเดิมหรือไม่









