

เรื่องย่อและข้อมูลของ Final Destination 5
แซมกำลังจะเสียทุกอย่างในชีวิตไปพร้อมกับสะพานที่กำลังจะถล่มต่อหน้าต่อตา ถ้าเขาไม่กล้าลุกขึ้นมาตะโกนให้ทุกคนหนีเดี๋ยวนี้ ใน ไฟนอล เดสติเนชั่น 5 : โกงตายสุดขีด หรือ Final Destination 5 หนังปี 2011 ที่เปิดเรื่องมาก็เอาตายเลยไม่มีอ่อย! คิดภาพตามนะ แก๊งพนักงานออฟฟิศอารมณ์ดีกำลังนั่งรถบัสไปสัมมนา หัวเราะกันอยู่บนสะพานแขวนสูงเสียดฟ้า ลมก็เย็น วิวก็สวย แล้วจู่ ๆ แซมก็เหงื่อแตก มือสั่น หูอื้อ เขาเห็นภาพสะพานร้าว เหล็กฉีก รถร่วง คนร่วงแบบเรียลไทม์ในหัวตัวเองชัดยิ่งกว่าหนัง IMAX แล้วจะให้นั่งเฉยได้ไง คืนนี้ต้องกดดูเพราะมันคือภาคที่คนยกให้ว่าฉากเปิดโหดสุด สะพรึงสุด และฉลาดสุดของแฟรนไชส์ คุณจะได้นั่งจิกหมอนตั้งแต่ห้านาทีแรก แล้วหลังจากนั้นจะมองสะพาน ถนน หรือแม้แต่นั่งร้านก่อสร้างไม่เหมือนเดิมอีกเลย ใครชอบหนังสยองขวัญที่ไม่มีผี ไม่มีฆาตกร แต่หลอนกว่าผีเพราะมันคือความตายล้วน ๆ เรื่องนี้คือคำตอบ แล้วขอบอกว่าเวอร์ชัน พากย์ไทย ดูเพลินมาก เสียงกรี๊ด เสียงเหล็กหักมาครบ ลุ้นจนลืมหายใจ แล้วพอรอดจากสะพานมาได้ คิดว่าจบเหรอ เปล่าเลย นั่นแหละจุดเริ่มของนรกของจริง! แซม โมลลี่ เพื่อน ๆ และเจ้านายที่หนีตายมาได้แปดคน ยืนหอบอยู่ริมสะพานทั้งที่ข้างหลังคือซากหายนะ ทุกคนควรจะดีใจที่รอดใช่ไหม แต่บรรยากาศมันกลับเย็นยะเยือกแบบบอกไม่ถูก เหมือนมีใครสักคนกำลังจดชื่อพวกเขาอยู่เงียบ ๆ ไม่นานข่าวร้ายก็เริ่มมา คนที่ควรตายบนสะพานเริ่มตายทีละคนด้วยวิธีที่โคตรจะบังเอิญแต่โคตรจะแม่นยำ ยิมนาสติกที่ดูปลอดภัยกลายเป็นลานประหาร สะพานลวดสลิง ร้านนวด เลเซอร์รักษาสายตา โรงงานที่ทำงานอยู่ทุกวัน ทุกที่กลายเป็นกับดักมรณะที่วางหมากไว้แล้ว ความพีคคือความตายในภาคนี้มันไม่รีบ มันโรคจิต มันชอบเล่นกับเหยื่อ ชอบวางเหยื่อล่อให้เราคิดว่ารอดแล้ว แล้วค่อยสับขาหลอกด้วยตะปูตัวเดียว น้ำหยดเดียว ลมพัดเบา ๆ แค่ครั้งเดียว ทุกอย่างเชื่อมกันเป็นโดมิโนมรณะที่ดูสมจริงจนน่าขนลุก คุณจะเริ่มเล่นเกมในหัวโดยอัตโนมัติว่า เอ๊ะ น็อตตัวนั้นคลายทำไม น้ำมันหยดตรงนั้นทำไม กล้องมันซูมที่ตะขอนั่นทำไมวะ แล้วพอเดาถูกก็กรี๊ดแตก เดาผิดก็กรี๊ดหนักกว่าเดิม เพราะมันหักมุมวิธีตายตลอดเวลา ยิ่งหนี ยิ่งรู้ ยิ่งสยอง เพราะแก๊งนี้ไม่ได้แค่วิ่งหนีอย่างเดียว พวกเขาเริ่มสืบ เริ่มต่อจิ๊กซอว์ว่ากฎของความตายคืออะไร ใครคิวต่อไป ต้องทำยังไงถึงจะรอด แล้วเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพสุดลึกลับที่โผล่มาทุกภาคก็โผล่มาในภาคนี้พร้อมคำเตือนที่ฟังแล้วขนลุกกว่าเดิมว่า ความตายไม่ชอบโดนโกง ถ้าเธอขโมยชีวิตมา เธอต้องเอาชีวิตอื่นไปแลก ประโยคเดียวสั้น ๆ แต่มันจุดไฟความระแวงให้ลุกพรึ่บทั้งกลุ่ม จากเพื่อนร่วมงานที่รักกันกลายเป็นคนที่ต้องมองหน้ากันแล้วคิดว่า หรือต้องให้แกตายเพื่อฉันจะได้อยู่ ความสัมพันธ์ของแซมกับโมลลี่ที่กำลังจะไปได้สวยก็เริ่มสั่นคลอน เพราะเมื่อความตายไล่ตามเป็นคิว ความรักก็กลายเป็นเดิมพันไปด้วย เขาจะปกป้องเธอได้ไหม หรือการอยู่ใกล้กันจะยิ่งดึงความตายเข้ามาใกล้กันกว่าเดิม ขณะที่ตัวละครอย่างปีเตอร์ที่เริ่มสติแตก นาธานที่คิดว่าตัวเองดวงแข็ง หรือแคนดิซนักยิมนาสติกที่ยังหลอนไม่หาย ต่างก็มีปม มีความกลัว มีด้านมืดที่ค่อย ๆ ถูกความตายขุดออกมาโชว์ หนังเลยไม่ได้มีแค่ฉากตายเสียว ๆ แต่มันบีบจิตใจคนดูด้วยคำถามโคตรดาร์กว่า ถ้ารู้ว่าตัวเองควรตายไปแล้ว ลมหายใจที่เหลืออยู่นี่คือของขวัญหรือคำสาปกันแน่ แล้วถ้าต้องฆ่าคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรอด แกจะทำไหม และนี่คือเหตุผลที่ภาค 5 ถูกยกให้เป็นภาคที่ครบเครื่องที่สุด ทั้งโหด ทั้งลุ้น ทั้งฉลาด ทั้งหม่น มันเคารพสูตรเดิมของแฟรนไชส์ที่แฟนรัก ทั้งนิมิตเตือนภัย การรอดหมู่ การไล่ล่าตามลำดับ แต่ยกระดับงานภาพ งานเสียง และการวางกับดักไปอีกขั้น ทุกเฟรมมีอีสเตอร์เอ้กซ่อนอยู่ ทั้งเงาดำ รูปปั้นยมทูต เสียงลม เสียงเหล็ก ทุกอย่างคือคำใบ้ถ้าคุณตาดีพอ คุณจะดูรอบเดียวไม่พอ ต้องดูซ้ำเพื่อเก็บดีเทล แล้วฉากตายแต่ละฉากคือครีเอทีฟสยองแบบติดตา ไม่ใช่แค่เลือดสาด แต่สาดแบบมีชั้นเชิง มีฟิสิกส์ มีจังหวะหลอกให้ตายใจก่อนเชือดจริง บอกเลยว่าดูบนมือถือตอนดึกคือบรรยากาศได้สุด ปิดไฟ ใส่หูฟัง แล้วปล่อยให้ความระแวงมันไต่หลังขึ้นมาเอง คำถามสุดท้ายที่หนังทิ้งไว้ให้คุณก่อนจะดำดิ่งไปสู่ความเดือดของจริงก็คือ ในเมื่อลิสต์ของความตายยังขาดชื่ออีกหลายคน และทุกครั้งที่รอดก็เหมือนยิ่งปลุกมันให้โกรธกว่าเดิม แซมจะหาช่องโหว่ในกฎมรณะนี้เจอไหม หรือจริง ๆ แล้วตั้งแต่ก้าวแรกที่หนีลงจากสะพาน พวกเขาทุกคนก็แค่กำลังเดินไปสู่หลุมที่ขุดรอไว้แล้วด้วยวิธีที่โหดกว่าเดิมหลายเท่า กดเพลย์เลย แล้วอย่ากะพริบตา เพราะความตายในเรื่องนี้ไม่เคยกระพริบตาให้ใคร









