

เรื่องย่อและข้อมูลของ A Fool s Love
โง่แค่ไหนถึงจะยอมรักคนที่ไม่มีวันหันกลับมามอง? นนท์แม่งรู้คำตอบดีที่สุด เพราะเขากำลังโง่แบบนั้นอยู่เลย โง่แบบถอนตัวไม่ขึ้น โง่แบบเพื่อนด่าทั้งกลุ่มก็ยังยิ้มรับ โง่แบบรู้ว่าเจ็บแต่ก็ยังขออยู่ตรงนี้ต่อ เรื่องมันเริ่มง่ายมาก ง่ายจนน่าตบหัวตัวเอง เขาเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์วัยสามสิบกว่า ชีวิตวนอยู่กับการรับงาน ถ่ายงานแต่ง งานอีเวนต์ คาเฟ่เปิดใหม่ เงินพอใช้แต่ไม่พอฝัน จนคืนหนึ่งเขาได้รับงานถ่ายภาพในบาร์ลับกลางเมือง แล้วก็เจอเธอ มาย ผู้หญิงที่เป็นเหมือนแสงไฟกลางความมืด สวย แพง มั่นใจ สายตาขี้เล่นแต่แอบเศร้า เธอเป็นนักร้องประจำบาร์ เป็นแม่เหล็กดึงดูดทุกสายตาในห้อง แต่กลับเดินมานั่งข้างกล้องของนนท์แล้วถามว่า ถ่ายฉันให้สวยกว่าตัวจริงได้ไหม นนท์หัวเราะแห้งๆ แล้วตอบว่า ตัวจริงสวยเกินกล้องไปแล้วครับ ประโยคเสี่ยวๆ ที่เขาไม่คิดว่าจะจำไปทั้งชีวิต แต่เธอจำได้ เธอยิ้มแบบที่ทำให้คนทั้งบาร์อิจฉา แล้วคืนนั้นก็กลายเป็นคืนแรกที่เปลี่ยนชีวิตคนโง่คนหนึ่งไปตลอดกาล เขาไม่ได้แค่กดชัตเตอร์ เขากดหัวใจตัวเองลงไปในทุกเฟรมที่มีเธอ เธอขี้อ้อน ขี้แกล้ง ชอบแตะแขน ชอบสบตา ชอบทิ้งระยะห่างแค่พอให้ใจสั่น นนท์รู้ตัวอีกทีคือเขารอให้ถึงกลางคืนทุกวัน แค่เพื่อจะได้เห็นเธอขึ้นเวที แค่เพื่อจะได้ยินเสียงหัวเราะของเธอหลังเลิกงาน แค่เพื่อจะได้นั่งฟังเรื่องไร้สาระของเธอจนตีสาม เพื่อนเตือนแล้วว่า อย่าไปรักผู้หญิงในแสงไฟ มันสว่างเกินไปสำหรับคนธรรมดาแบบมึง แต่นนท์ไม่ฟัง เพราะบางทีความโง่ก็หอมหวานกว่าความฉลาดเยอะ แล้วเขาก็เลือกจะโง่ต่อหน้าต่อตา ความสัมพันธ์ของคู่นี้มันไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มีสถานะ ไม่มีคำสัญญา มีแค่ความใกล้ชิดที่ร้อนแรงจนแสบผิว มายเป็นผู้ใหญ่ที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอผ่านโลกมาเยอะ เจ็บมาเยอะ เธอไม่เชื่อในความรักแบบนิทานอีกแล้ว เธอเชื่อในคืนนี้ ตรงนี้ ความรู้สึกตอนนี้ ส่วนนนท์ดันเป็นคนตรงข้าม เขาเชื่อในพรุ่งนี้ เชื่อในการจับมือกันในวันที่ไม่มีแสงไฟ เชื่อว่ารักดีๆ ต้องพาไปไกลกว่าบนเตียงหรือหลังบาร์ มันเลยกลายเป็นเกมดึงเชือกที่ทั้งคู่แกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าเล่นอยู่ เธอชอบยั่วให้เขาหึง ชอบหายไปสองสามวันแล้วกลับมาพร้อมรอยยิ้มกับกลิ่นน้ำหอมใหม่ ชอบถามว่า คิดถึงฉันไหม ด้วยเสียงกระซิบข้างหูที่ทำให้ผู้ชายทั้งคนตัวแข็งทื่อ ส่วนเขาก็ชอบตามใจ ชอบขับรถไปรับตอนตีสอง ชอบหาข้าวต้มร้อนๆ ไปให้หลังเธอลงเวที ชอบถ่ายรูปเธอในมุมเผลอๆ ที่ไม่มีใครเคยเห็น มุมที่เธอหัวเราะจนตาหยี มุมที่เธอเผลอเหม่อมองฝน มุมที่เธอเมาแล้วซบไหล่เขาเงียบๆ ไม่พูดอะไรเลย ความปรารถนามันก่อตัวในช่องว่างพวกนี้แหละ ไม่ต้องพูดเยอะ ไม่ต้องถอดอะไรเยอะ แค่สายตา แค่ลมหายใจ แค่ปลายนิ้วที่เผลอแตะกันก็ร้อนพอจะเผาทั้งเมืองได้แล้ว แต่ยิ่งใกล้ ยิ่งเจ็บ เพราะมายมีกำแพงสูงลิบ มีอดีต มีผู้ชายอีกคนที่แวะเวียนมาเป็นเจ้าของบาร์ เป็นคนมีเงิน มีอำนาจ มีทุกอย่างที่นนท์ไม่มี เขามองนนท์เหมือนมองฝุ่นใต้รองเท้า แล้วพูดตรงๆ ว่า เด็กถ่ายรูปอย่างนายจะดูแลอะไรเธอได้ นนท์กำหมัดแน่นแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะลึกๆ เขาก็กลัวว่าคำนั้นแม่งจะจริง เขามีแค่ใจกับกล้องเก่าๆ ตัวหนึ่ง จะไปสู้อะไรกับคนที่เปย์ได้ทั้งชีวิตเธอได้วะ ความโง่เริ่มมีราคา และราคานั้นแพงขึ้นทุกคืนที่เขายังเลือกจะรักเธอข้างเดียว แล้วเดิมพันก็สูงขึ้นเมื่อมายเริ่มเปิดประตูบานเล็กๆ ในใจให้เขาแอบมองเข้าไป เธอเล่าเรื่องแม่ที่ป่วย เรื่องหนี้ที่ต้องจ่ายทุกเดือน เรื่องความฝันอยากมีบ้านเล็กๆ ริมทะเลแล้วเลิกร้องเพลงในที่แบบนี้สักที เธอไม่ได้เล่าให้เจ้าของบาร์ฟัง เธอเล่าให้นนท์ฟังตอนเมา ตอนที่เปลือกแข็งๆ หลุดออกหมด เหลือแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เหนื่อยชิบหายกับการต้องยิ้มให้ทุกคน นนท์ฟังแล้วใจแตกเป็นเสี่ยงๆ เขาอยากเป็นฮีโร่ อยากบอกว่า เดี๋ยวผมช่วยเอง แต่ความจริงคือกระเป๋าตังค์เขามีแค่แบงก์พันสองใบกับความหวังลมๆ แล้งๆ เขาทำได้แค่กุมมือเธอไว้แน่นๆ แล้วบอกว่า ผมอยู่ตรงนี้นะ จะไม่ไปไหน มายมองหน้าเขานิ่งๆ นานมาก นานจนเขาหายใจไม่ทั่วท้อง แล้วเธอก็หัวเราะทั้งน้ำตา ถามว่า อยู่ทำไมวะ อยู่แล้วได้อะไร นนท์ตอบแบบคนโง่ของจริงว่า ไม่ต้องได้อะไรก็ได้ แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ก็พอแล้ว คำตอบนั้นทำให้เธอร้องไห้หนักกว่าเดิม เพราะไม่มีใครพูดกับเธอแบบนี้มานานมากแล้ว ไม่มีใครรักเธอแบบไม่หวังจะครอบครอง ไม่มีใครมองเธอเป็นคน ไม่ใช่วัตถุ ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่ของเล่นกลางคืน หลังจากคืนนั้นทุกอย่างก็ลึกขึ้น หวานขึ้น แต่ก็อันตรายขึ้น เจ้าของบาร์เริ่มระแวง เริ่มตาม เริ่มขู่กลายๆ เพื่อนร่วมงานเริ่มนินทา ลูกค้าเริ่มแซวว่านักร้องสาวมีเด็กขับรถมารับแล้วเหรอ มายเริ่มสับสน เธออยากวิ่งเข้าหาความอบอุ่นของนนท์ แต่ก็กลัวจะดึงเขาตกเหวมาด้วยกัน เธอรู้ดีว่าโลกของเธอสกปรกและโหดร้ายเกินกว่าจะให้คนใจดีแบบเขาเข้ามาเปื้อน ส่วนนนท์ก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองทุกคืนว่า กูเป็นแค่ที่พักใจชั่วคราวป่าววะ กูเป็นตัวจริงหรือตัวสำรองวะ แล้วถ้าวันหนึ่งเธอเลือกเงิน เลือกความสบาย เลือกทางรอด กูจะโง่พอจะยินดีกับเธอได้ไหมวะ คำถามพวกนี้ไม่มีคำตอบง่ายๆ มีแค่เสียงเพลงในบาร์ที่ยังดังอยู่ กับหัวใจคนโง่ที่เต้นไม่เป็นจังหวะ นี่คือหนังรักผู้ใหญ่ที่แซ่บ ขม และจริงจนจุก ไม่ใช่รักใสๆ ในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ฟินแบบเพ้อฝัน แต่เป็นรักของคนวัยทำงานที่ต้องเลือกระหว่างหัวใจกับปากท้อง ระหว่างความหลงใหลร้อนๆ กับความมั่นคงเย็นๆ เคมีของพระนางคือที่สุด มองตากันทีจอแทบไหม้ อยู่ใกล้กันทีคนดูต้องกลั้นหายใจ มันมีความเย้ายวนแบบผู้ใหญ่ๆ ยั่วแบบไม่ต้องโป๊ แต่ร้อนแบบต้องเปิดแอร์สู้ มีทั้งฉากหยอก ฉากหึง ฉากงอน ฉากที่ทำให้คนดูนั่งบิดตัวเขินแล้วก็จุกในฉากเดียวกัน บทพูดคมกริบ ตบหน้าคนเคยแอบรักข้างเดียวทุกคน ภาพสวยมาก แสงบาร์ตอนกลางคืนคือโรแมนติกปนเปลี่ยว ถ่ายทอดความเหงาของคนเมืองได้โคตรดี เพลงประกอบก็เพราะจนอยากกดเซฟเก็บไว้ฟังตอนขับรถคนเดียวตอนดึก ใครเคยเป็นคนโง่ในความรัก ใครเคยยอมเป็นตัวเลือกทั้งที่รู้ว่าไม่มีวันชนะ ใครเคยรักใครมากจนยอมลดค่าตัวเองลง เรื่องนี้จะแทงตรงกลางใจเลย แล้วคำถามสุดท้ายที่หนังทิ้งไว้ก็โคตรเจ็บ ถ้ารักแล้วต้องโง่ มึงจะยังเลือกรักอยู่ไหม หรือจะยอมฉลาดแล้วอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต คำตอบของนนท์กับมายจะเป็นยังไง ต้องกดดูเอง SOS-HD จัดภาพชัดเสียงแน่น ดูบนมือถือตอนดึกๆ คือฟินสุด บอกเลยว่าเตรียมทิชชู่ไว้ซับน้ำตา ไม่ใช่ซับอย่างอื่น เพราะโง่แค่ไหนก็ห้ามพลาดเรื่องนี้เด็ดขาด คืนนี้กดเลยแล้วมาโง่ไปด้วยกัน
