Mark Grabador

SOS · PEOPLE

Mark Grabador

1 เรื่อง

ผลงานของ Mark Grabador

1 เรื่อง

แนะนำเรื่องอื่น

เรื่องเด่น + 6 เรื่อง
All Quiet on the Western Front
#1 แนะนำ2022
01

All Quiet on the Western Front

แนวรบด้านตะวันตก เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

7.7
สงครามหนังชีวิต

พอล เด็กหนุ่มเยอรมันที่เพิ่งเซ็นใบสมัครทหารด้วยมือสั่น ๆ เพราะความคึกคะนอง กำลังจะเสียทั้งความฝัน ความไร้เดียงสา และเพื่อนที่เขารักไปในโคลนเลือดของ แนวรบด้านตะวันตก เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ All Quiet on the Western Front หนัง ปี 2022 ที่ไม่ได้มาเล่าเรื่องวีรบุรุษเลยสักนิด คืนนี้ต้องกดดูเพราะนี่คือหนังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ดิบที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบหลายปี งานภาพกว้างจนอึดอัด เสียงปืนใหญ่กระแทกอกตั้งแต่ห้านาทีแรก ใครชอบหนังสงครามที่ไม่ได้ขายความเท่แต่ขายความจริงต้องโดน เรื่องเปิดที่โรงเรียนในเยอรมนี อาจารย์ปลุกใจด้วยคำว่ารักชาติ เกียรติยศ ศักดิ์ศรี พอลกับเพื่อนร่วมชั้นทั้งกลุ่มเลยแห่กันไปสมัครทหารแบบไม่คิดเยอะ พวกเขาหัวเราะกันลั่น ได้ชุดเครื่องแบบที่ยังดูใหม่เอี่ยม ได้หมวก ได้ปืน ได้ความรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นผู้ใหญ่แล้ว รถไฟพาพวกเขามุ่งหน้าสู่แนวรบด้านตะวันตก ทุกคนยังร้องเพลง ยังหยอกกัน ยังคิดว่าอีกไม่กี่สัปดาห์จะได้กลับบ้านพร้อมเหรียญกล้าหาญ แต่พอประตูรถเปิดออก กลิ่นแรกที่ตีหน้าคือกลิ่นโคลน กลิ่นควัน กลิ่นศพ กลิ่นความกลัว เสียงแรกที่ได้ยินไม่ใช่เสียงแตรชัยชนะ แต่คือเสียงหวีดของกระสุนปืนใหญ่ที่ฉีกอากาศ เสียงครูฝึกตะโกนให้หมอบ เสียงเพื่อนใหม่ที่เพิ่งหัวเราะกันเมื่อเช้ากรีดร้องเรียกแม่ พอลเพิ่งเข้าใจตรงนั้นเลยว่าตำราเรียนกับสนามเพลาะมันคนละโลกกันโดยสิ้นเชิง หนังพากย์ไทยเรื่องนี้เลยไม่ได้เริ่มด้วยความมัน แต่เริ่มด้วยการตบหน้าคนดูว่าเฮ้ย มึงพร้อมจะดูเด็กอายุสิบแปดโดนสงครามขยี้ไหมล่ะ แล้วชีวิตในสนามเพลาะก็เริ่มกัดกินพวกเขาทีละนิด ทีละนิด แบบไม่ให้รู้ตัว เช้าตื่นมากับน้ำขังในรองเท้า กลางวันนั่งขูดโคลนออกจากปืน กลางคืนนอนฟังเสียงหนูวิ่งกับเสียงปืนใหญ่ไกล ๆ จนหลับไปทั้งที่มือยังกำปืนแน่น จ่าผู้มากประสบการณ์อย่างคัทกลายเป็นเหมือนพ่อคนที่สองของกลุ่ม เขาสอนทุกอย่างที่โรงเรียนไม่เคยสอน สอนว่าจะหมอบยังไงให้รอดจากสะเก็ดระเบิด สอนว่าจะฟังเสียงกระสุนยังไงว่าลูกไหนจะตกใกล้ตัว สอนว่าจะขโมยห่านชาวบ้านมาต้มกินยังไงให้อิ่มไปอีกสองวันโดยไม่โดนจับได้ ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่พวกเขาได้นั่งล้อมกองไฟ แบ่งขนมปัง แบ่งไส้กรอก หัวเราะมุกตลกฝืด ๆ กัน มันเลยกลายเป็นออกซิเจนเดียวที่เหลืออยู่ในนรกแห่งนี้ พอลเริ่มสนิทกับเพื่อนทีละคน คนหนึ่งฝันอยากเป็นนักบัญชี คนหนึ่งเพิ่งมีลูก คนหนึ่งยังเขียนจดหมายหาพ่อแม่ทุกคืนว่า สบายดี ไม่ต้องห่วง ทั้งที่กระดาษเปื้อนโคลนและมือสั่นจนเขียนแทบไม่ตรงบรรทัด แต่สงครามไม่เคยให้พักหายใจนาน คำสั่งบุกมาถึงทีไร ความเงียบงันน่าขนลุกในสนามเพลาะจะถูกฉีกออกด้วยนกหวีดหวีดเดียว แล้วทุกคนต้องปีนบันไดไม้ขึ้นไปวิ่งฝ่าลวดหนาม ทุ่งโคลนกว้างโล่งที่ไม่มีที่กำบัง กระสุนปืนกลสาดมาเหมือนฝน รถถังฝรั่งเศสคำรามเข้ามาพร้อมกลิ่นน้ำมัน ปืนไฟพ่นเปลวเพลิงยาวจนฟ้าสว่างวาบ พอลวิ่งไป ล้มไป คลานไป กรีดร้องไป เขาต้องใช้ศพเพื่อนเป็นกำบัง ต้องเอามืออุดแผลเพื่อนที่กำลังขาดใจ ต้องวิ่งกลับมาพร้อมกับความรู้สึกว่าตัวเองทิ้งชิ้นส่วนความเป็นคนไว้ตรงนั้นแล้วบางส่วน จากเด็กที่เคยตื่นเต้นกับเครื่องแบบ ตอนนี้เขาเริ่มนับวันด้วยจำนวนคนที่หายไปจากเต็นท์ เริ่มชินกับเสียงระเบิดจนสะดุ้งน้อยลง แต่หัวใจด้านชาขึ้นทุกวัน หนังไล่ระดับความโหดขึ้นเรื่อย ๆ จากการบุกกลางวัน สู่การเฝ้ายามกลางคืนที่ต้องออกไปซ่อมลวดหนามท่ามกลางเสียงปืนสไนเปอร์ สู่การติดอยู่ในหลุมระเบิดกับศัตรูแค่สองคนท่ามกลางความมืดที่ไม่มีใครช่วยได้ ความหิว ความหนาว ความเหนื่อย มันสะสมจนทุกคนเริ่มถามตัวเองในใจว่าเรามาทำอะไรที่นี่วะ ฆ่ากันทำไมวะ คนฝั่งตรงข้ามที่เรากำลังยิงเขาก็มีแม่มีลูกเหมือนกันไม่ใช่เหรอ พีคกว่านั้นคือสงครามบนโต๊ะเจรจากับสงครามในโคลนมันเดินกันคนละความเร็วเลย ขณะที่พอลกับเพื่อนกำลังเอาชีวิตรอดแบบวันต่อวัน อีกฟากหนึ่งพวกนายพลกับนักการทูตกำลังนั่งในตู้รถไฟหรูหรา คุยเรื่องเส้นตายการหยุดยิง คุยเรื่องเงื่อนไข คุยเรื่องศักดิ์ศรีของชาติด้วยเสียงเรียบ ๆ จิบกาแฟร้อน ๆ สั่งสเต๊กได้ ในขณะที่เด็กหนุ่มในสนามเพลาะยังต้องแย่งกันกินมันฝรั่งต้มเย็น ๆ ท่ามกลางหิมะที่เริ่มโปรยลงมา ความเหลื่อมล้ำนี้แหละที่ทำให้หนังเรื่องนี้เจ็บกว่าเดิมสิบเท่า เพราะคนสั่งบุกไม่เคยต้องย่ำโคลน คนเซ็นคำสั่งไม่เคยต้องได้ยินเสียงเพื่อนขาดใจข้างหู พอลที่ตอนนี้ดวงตาว่างเปล่าลงทุกวัน เริ่มกลับบ้านพักสั้น ๆ แล้วพบว่าตัวเองกลายเป็นคนแปลกหน้าของครอบครัวตัวเองไปแล้ว แม่ป่วย พ่อภูมิใจในเครื่องแบบของเขา แต่เขาใส่ชุดนั้นแล้วรู้สึกเหมือนใส่โลงศพเดินได้ เขาพูดเรื่องแนวหน้าให้ใครฟังไม่ได้ เพราะไม่มีใครเข้าใจกลิ่นศพ ไม่มีใครเข้าใจเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ดังทั้งคืนในโรงพยาบาลสนาม เขาทำได้แค่เงียบ แล้วกลับไปแนวหน้าอีกรอบพร้อมกับความรู้สึกว่าบ้านไม่ใช่บ้านอีกต่อไป ที่เดียวที่เขายังเป็นตัวเองได้คือในสนามเพลาะข้าง ๆ คัทกับเพื่อนที่เหลืออยู่ไม่กี่คน แล้วคำสั่งบุกครั้งใหม่ก็มาถึงอีก ทั้งที่ข่าวลือเรื่องสงบศึกเริ่มหนาหูขึ้นทุกที ทุกคนรู้ว่าสงครามใกล้จบแล้ว แต่กระสุนยังไม่หยุด ปืนใหญ่ยังไม่หยุด นายทหารบางคนยังอยากได้ชัยชนะสุดท้ายก่อนเวลาเส้นตายเพื่อเอาไปโม้บนโต๊ะเจรจา เดิมพันเลยพุ่งจากแค่เอาชีวิตรอดไปอีกคืน กลายเป็นจะรอดถึงวันพรุ่งนี้ที่เขาว่าจะหยุดยิงกันไหมวะ แล้วถ้ารอดกลับไป เขาจะยังเป็นพอลคนเดิมอยู่ไหม หรือจะเหลือแค่ชื่อในรายงานว่าแนวรบด้านตะวันตก เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าคืนนี้อยากดูหนังที่ดูจบแล้วนั่งนิ่งไปห้านาทีโดยไม่หยิบมือถือ เรื่องนี้คือคำตอบเลย ไม่ต้องลุ้นว่าใครจะชนะสงคราม เพราะหนังไม่เคยเล่าแบบนั้นตั้งแต่แรก มันเล่าว่าเด็กคนหนึ่งต้องจ่ายค่าตั๋วแพงแค่ไหนเพื่อแลกกับคำว่ารักชาติที่ผู้ใหญ่ยัดใส่มือมา ภาพจำจะติดตาไปอีกนาน ทั้งทุ่งโคลนที่กว้างจนไร้ขอบ ทั้งใบหน้าเปื้อนเลือดที่มองฟ้านิ่ง ๆ ทั้งมือสั่น ๆ ที่พยายามจับช้อนกินซุปอุ่น ๆ ให้ได้เหมือนคนปกติ แล้วคำถามสุดท้ายที่หนังทิ้งไว้มันจะค้างในหัวไม่หาย ถ้าสงครามมันไร้เหตุผลขนาดนี้ ทำไมมนุษย์ยังส่งเด็กอายุสิบแปดไปตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วพอลที่วิ่งฝ่ากระสุนมาทั้งเรื่อง เขาจะมีพรุ่งนี้ให้กลับไปเขียนจดหมายหาครอบครัวอีกไหม หรือพรุ่งนี้ของเขาจะหยุดอยู่แค่ในสนามเพลาะที่เต็มไปด้วยหมอกตอนเช้ามืด กดดูเองแล้วจะรู้ว่าทำไมประโยคสั้น ๆ ว่าไม่มีอะไรใหม่บนแนวรบด้านตะวันตก ถึงได้เย็นยะเยือกกว่ากระสุนนัดไหน ๆ ทั้งหมด

ดูเลย · พากย์ไทย